บบตนก็ยิ่งอดยิ้มไม่ได้ จึงประสานมือคารวะพร้อมถามนางต่อ “ไม่ทราบว่าสหายบำเพ็ญน้อยมีความสามารถอะไรบ้าง จะปราบปีศาจตนนั้นได้อย่างไร”
“เอ๊ะ ทำไมสหายบำเพ็ญน้อยถึงจ้องข้าอย่างนั้นเล่า”
“เจ้าคิดจะแย่งเงินของแม่นางสามสีหรือ”
“หืม อ้อ! เข้าใจผิดแล้ว ทางการเป็นคนเชิญสหายบำเพ็ญน้อยมา จะได้รับรางวัลเป็นเงินค่าหัว ส่วนข้าน่ะได้รับเงินจากชาวบ้าน เพราะพวกเขาเป็นคนเชิญข้ามา ย่อมไม่ขัดต่อกัน”
“ไม่เข้าใจ”
“สหายบำเพ็ญน้อยไม่ต้องแบ่งรางวัลกับข้า”
“…”
แม่นางสามสีหันไปมองหัวหน้ามือปราบ
“จริงตามนั้น”
หัวหน้ามือปราบพยักหน้า
แม่นางสามสีจึงกล่าวกับมู่อวิ๋นจี่อ “แม่นางสามสีจะรอที่นี่จนถึงค่ำ ผีดิบจะออกมา ข้าจะปราบมันให้ได้ แล้วไปรับเงิน”
“…”
มู่อวิ๋นจื่อเริ่มหงุดหงิด แต่ผู้ฝึกวิชาส่วนมากมีความอดทน เผชิญเด็กหญิงตัวน้อยก็ใจเย็น เขาจึงพูดต่อ “ได้ยินว่าปีศาจเร่ร่อนอยู่รอบหมู่บ้าน แม้ว่ามันจะปรากฏตัวในหมู่บ้านดอกท้อเสียส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคืนนี้มันจะโผล่หัวออกมา อาจจะรอเก้อได้”
“แม่นางสามสีมีความอดทน”
“อย่างไรก็ตาม เรื่องการปราบปีศาจนั้นเป็นเหตุด่วน รอช้าไม่ได้”
“ท่านพูดถูก” เด็กหญิงพยักหน้า แสดงว่าคิดไว้แล้วในใจ “ผีดิบชอบกินเลือดกินเนื้อ เราล่อมันออกมาได้”
“ถูกต้อง! ข้าจะเชือดไก่ ใช้กลิ่นเลือดล่อมันมา จากนั้นตั้งแท่นบวงสรวง อัญเชิญองค์เทพลงมาปราบ!”
“ไก่ตัวเดียว”
เด็กหญิงจ้องเขา ครุ่นคิดสักครู่ก่อนจะกล