หม”
“ไม่เอาแน่นอน”
“งั้นเจ้าก็ไปหลบเสียสิ!”
สรรพสิ่งล้วนมีเกิดและดับ ปีศาจหนูที่บำเพ็ญตบะมาหลายร้อยปี ยังต้องหวาดกลัวแม่นางสามสี ส่วนผีดิบหรือวิญญาณร้ายต่างก็กลัวไฟ ยิ่งเป็นเพลิงศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งเกรงกลัว แม่นางสามสีเชี่ยวชาญอาคมธาตุไฟ จึงมั่นใจเต็มที่
ถึงใช้ไฟเผาไม่ตาย ก็ไล่มันไปได้
ถึงไม่ยอมหนี ผีดิบก็เคยเป็นคน มันทั้งโง่และเชื่องช้า จับไม่ได้แม้แต่แมว ย่อมไล่ตามแม่นางสามสีไม่ทัน
“…” มู่อวิ๋นจื่อจ้องนาง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าลง “เช่นนั้น ข้าจะตั้งแท่นบวงสรวงไว้ในบ้าน ให้สหายบำเพ็ญน้อยลองสำรวจพื้นที่ดูก่อน แล้วค่อยตัดสินใจเรียกเทพมาช่วย”
“ถ้าผีดิบตนนั้นไม่เก่ง เจ้าก็ไม่ต้องเรียกโจวเหลยกง”
“สหายบำเพ็ญน้อยไม่ชอบโจวเหลยกงหรือ”
มู่อวิ๋นจื่อหรี่ตาลง
“ข้าไม่ได้เกลียดโจวเหลยกงเสียหน่อย”
“จริงหรือ”
“ก็จริงน่ะสิ!”
“ก็แล้วแต่สหายบำเพ็ญน้อยเถิด…”
นักพรตเฒ่าและเด็กหญิงก็เริ่มหารือกันต่อไป
นักพรตเฒ่าวางแผนอย่างจริงจัง เด็กหญิงก็ตั้งใจฟัง ชาวบ้านและขุนนางได้เห็นภาพนี้ก็รู้สึกแปลกตานัก ต่างทึ่งในวิถีแห่งการบำเพ็ญพรต
นกนางแอ่นบนหลังคาก้มลงแต่งขน ขณะพยายามจดจำบทสนทนาของพวกเขา
ไม่นาน หัวหน้ามือปราบก็เรียกชาวบ้านอีกคนที่เคยเผชิญปีศาจและรอดมาได้ มาบรรยายรูปร่างของมัน
เป็นเรื่องเมื่อสองปีก่อน
ชายคนนั้นออกจับงูตอนกลางเดือน ตอนกลับมาบังเอิญพบกับปีศาจพึ่งกินแกะจากหมู่บ้านเสร็จ รูปร่างคล้ายคน ใส