กำเนิดขึ้นก็เป็นได้
ในใจแม่ทัพเฉินมีบางสิ่งอยู่ สิ่งนั้นเองผลักดันให้เขาก้าวขึ้นมาจนถึงจุดนี้ กลายเป็นแม่ทัพผู้ไม่เคยแพ้ศึก ได้รับความศรัทธาจากทหารและการเคารพจากราษฎร ทว่าสรรพสิ่งในใต้หล้า ล้วนเป็นดั่งดาบสองคม สิ่งนั้นเองย่อมกลายเป็นพันธนาการ ทำให้เขามิอาจก้าวล้ำไปทำบางเรื่อง
แม้กระทั่งยอมตาย
ซ่งโหยวย่อมทราบดีว่า วันนี้แม่ทัพเฉินมาหาเขาด้วยเหตุใด นอกจากเพื่อระบายความอัดอั้นเล่าความทุกข์ร้อนแล้ว ก็ยังมีนัยแฝงในการขอให้เขาช่วยเหลือ
เขาไม่อยากคิดกบฏแต่ก็ไม่อยากตาย และใช่ว่าเขาจะอยากละทิ้งอำนาจไป
หากแม่ทัพเฉินสิ้นชีพไป โลกนี้ก็จักสูญสิ้นแม่ทัพเอกผู้เกรียงไกร หากแดนเหนือก่อกบฏ แคว้นต้าเยี่ยนจักลุกเป็นไฟ ซากศพนับไม่ถ้วนนอนเกลื่อน ความน่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ เหตุทั้งสองนี้อาจมิใช่ให้เลือกเพียงหนึ่ง ต่อให้แม่ทัพเฉินสิ้นชีวิตในนครหลวง กองทัพชายแดนเหนืออาจยังคงวุ่นวายแตกแยก
โชคยังดี เหตุทั้งสองนี้…ก็หาได้เป็นสิ่งที่ต้องบังเกิดขึ้นเสมอไป
ทว่า…ก็มิอาจนับว่าเป็นการช่วยอะไร เพียงแต่กล่าวความเห็นของตนตามความจริงเท่านั้น
“เฮ้อ…”
เสียงถอนหายใจของนักพรตดังขึ้นเบาๆ
จอมยุทธ์หญิงอู๋ก็เงียบ ไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้ต่ออีก…
ท้ายที่สุด เมื่อบทสนทนานั้นจบลง จอมยุทธ์หญิงพลันรู้สึกได้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องตนอยู่ หันไปมองจึงเห็นใบหน้าเล็กน้อยงดงามเหลือคณา แต่ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ จ้องตนตาไม่กะพริบ
“ท่านอาจารย์สามสี…