จมากมาย หากท่านนักพรตสนใจ วันหลังก็ไปที่หอเซียนกระเรียนเถิด พวกข้าจะเล่าให้ฟังทีละเรื่อง”
“ต้องไปแน่นอน”
บ้านเรือนเล็กเรียบง่าย ฝนหนาวข้างนอกตกไม่หยุด ในห้องมีเพียงโต๊ะไม้เก่าและเตาไฟเล็กๆ ต้มชา ไม่อาจมีใครคาดคิดว่า หญิงงามผู้เลื่องชื่อที่สุดแห่งหอเซียนกระเรียน ซึ่งป่วยจนออกงานน้อยลงทุกที บัดนี้กลับถอดผ้าคลุมหน้า มานั่งล้อมเตาสนทนากับนักพรตเงียบๆ
ความเป็นจิ้งจอกของพวกนางก็เผยออกมา ยามดื่มชาก็ยังหยิบไข่มาปิ้งไฟกินกันอย่างเพลิดเพลิน
เจรจากันอยู่นาน จนบางคราซ่งโหยวรู้สึกว่าตนเองอยู่เฉยๆ ก็มิเป็นไร พวกนางสองนายบ่าวก็สนทนากันได้ไม่มีหมดสิ้น แต่พอนึกว่าพวกจิ้งจอกเป็นสัตว์ซุกซนกว่าพวกแมว แสร้งทำท่าลึกลับเย็นชาในนครนี้ คงกดเก็บตัวตนไว้มากแล้ว เขาก็พอเข้าใจ
“สองท่านโปรดเดินทางโดยสวัสดิภาพ”
แม่นางหว่านเจียงสวมผ้าคลุมหน้าคืน หญิงสาวทั้งสองนางกางร่ม เดินหายลับไปกลางสายฝนพรำ
ซ่งโหยวกลับเข้าห้องได้ไม่นาน สาวใช้ผู้นั้นกลับโผล่มาอีก คราวนี้ในมือมีถังหูลู่ไม้หนึ่ง ยื่นให้แม่นางสามสีที่กำลังอ่านหนังสือริมเตา
“เพิ่งเดินไปได้ไม่ไกล เจอแผงขายถังหูลู่ แต่ฝนตกไร้ผู้ใดสนใจ น่าสงสารยิ่งนัก ข้าเห็นว่าแม่นางสามสีเป็นเด็กน้อย ไม่รู้จะชอบหรือไม่ จึงซื้อมาฝากหนึ่งไม้”
“อืม…”
เด็กน้อยเหลือบตาไปทางซ่งโหยว
ซ่งโหยวยิ้ม “แม่นางสามสี ขอบคุณนางสิ”
“ขอบคุณท่านมาก!”
สาวใช้หัวเราะสดใส “ข้ามีนามว่า ‘อีอี’”
“ขอบคุณนะ อีอี~