ยนเด็กน้อยวัยเรียนถึงบ้าน “แม่นางสามสีกำลังอ่านหนังสืออะไรอยู่หรือ”
“บทกลอนสำหรับเด็กน่ะ”
“บทกลอนสำหรับเด็กหรือ…” หญิงงามผู้เลื่องชื่อแห่งฉางจิงดูจะคุ้นเคยกับชื่อหนังสือ จึงเอ่ยขึ้น “ได้ยินว่าหนังสือเล่มนั้นเขียนด้วยสำนวนตรงไปตรงมามากเกินพอดี แม้ไม่ส่งผลต่อเด็ก แต่ก็ไม่อาจทำให้ตระหนักถึงคุณธรรมและชีวิตข้างหน้านัก จึงมีคนเขียนตำรา ‘สุภาษิตสอนเด็ก’ ขึ้นมา ยุคนี้ไม่ว่าผู้ใดก็อ่านเล่มนั้นแทนแล้ว”
“ไม่รู้สิ นักพรตซื้อมาให้ข้าเอง”
แม่นางสามสีตอบอย่างตรงไปตรงมา แล้วหันไปมองซ่งโหยว ราวกับรอฟังคำอธิบายจากเขา
“แม่นางสามสีก็เป็นเพียงแมวน้อย ไม่จำเป็นต้องรอบรู้เรื่องราวและกฎเกณฑ์ของโลกมนุษย์มากนัก มีความรู้ติดตัวเพิ่มขึ้นบ้างก็พอแล้ว”
“แม้ปีศาจจะปะปนอยู่ในหมู่คน ก็ต้องรู้จักกฎเกณฑ์ของโลกมนุษย์บ้าง”
“แม่นางกล่าวถูกแล้ว” นักพรตพยักหน้า “แม้แม่นางสามสีจะเป็นเพียงแมว ทว่าช่างเฉลียวฉลาด ยามอยู่ท่ามกลางผู้คนก็เข้าใจเรื่องราวพอๆ กัน ข้าว่ามีหลายด้านที่นางทำได้ดีกว่ามนุษย์เสียอีก อย่างน้อยก็เก่งกาจกว่าข้า ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้อะไรมากไปกว่านี้แล้ว”
เด็กหญิงฟังได้ครึ่งเดียวก็แสร้งอ่านหนังสือต่อ ใบหน้าของนางแลดูไร้อารมณ์ แต่หูทั้งสองกลับตั้งขึ้นชัดเจน รู้สึกเบิกบานใจยิ่งนัก
หว่านเจียงแย้มยิ้มเล็กน้อย สีหน้าฉายแววครุ่นคิดบางอย่าง แต่ก็ไม่พูดออกมา เพียงเบนสายตาไปทางอื่น
“ครานี้ท่านนักพรตจะไปจากฉางจิงเมื่อใ