ดหรือ”
“อยู่จนกว่าหน้าหนาวจะผ่านไป”
“แสดงว่ายังอยู่อีกนาน” สาวใช้เสริม “หากท่านนักพรตมีเวลาก็ไปหาพวกข้าที่หอเซียนกระเรียนบ้าง”
“หางก็สมควรอยู่ข้างหลังมิใช่หรือ” แม่นางหว่านเจียงว่า
“เช่นนั้นก็ต้องเลือกให้ชัดว่าจะนั่งด้วยกันหรือจะยืนด้วยกัน ต้องเลือกทุกครั้งเลยน่ะสิ” สาวใช้กล่าวต่อ
“…”
ผลัดกันโต้ตอบได้ดีจริงๆ
นักพรตคิดอยากส่ายหน้า แต่แล้วก็วกเข้าสู่เรื่องที่ตนอยากรู้ “ได้ยินว่าเมื่อปีก่อน อำนาจขององค์หญิงฉางผิงในราชสำนักถูกถอนรากถอนโคนจนสิ้น นางเองก็ถูกจับไปขังเสียแล้ว แม่นางทั้งสองก็ควรพ้นพันธนาการ กลับไปมีอิสระแล้วมิใช่หรือ เหตุใดยังอยู่ที่ฉางจิงจนถึงตอนนี้เล่า”
“ท่านนักพรตอยากให้พวกข้าไปนักหรือไร”
“อย่าพูดจาไร้มารยาท” แม่นางหว่านเจียงเอียงหน้าเอ็ดสาวใช้ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทอดถอนใจ “จริงอยู่ที่บัดนี้ข้าพ้นจากพันธนาการแล้ว แต่ข้าก็พำนักอยู่ในฉางจิงมากว่าสิบปี สิบปีนั้นไม่ใช่ช่วงเวลาสั้นๆ แม้สำหรับปีศาจอย่างพวกข้าเองก็เถิด ยิ่งกว่านั้นกาลเวลาช่างยาวนาน บางครั้งก็ต้องดูว่าตลอดช่วงเวลานั้นได้ทำสิ่งใดไปบ้าง ข้าเองก็เคยคิดจะไปจากฉางจิง หนีไปให้ไกล บัดนี้เป็นอิสระแล้ว จะจากไปเมื่อใดก็ได้ จะจากไปโดยไม่ให้ผู้ใดพบเห็นอีกเลยก็ย่อมได้ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ใจอันว่างเปล่ากลับคิดเสียดาย ไม่อยากไปจากที่นี่”
“นายหญิงพูดถูก พวกข้าไปจากที่นี่ได้ แต่ก็ใช่ว่าจำเป็นต้องไป”
“อายุขัยของปีศาจแม้ยืนยาว ทว