เล่มนั้นสำหรับเด็ก เล่มนี้ผู้ใหญ่หรือเด็กก็อ่านได้ เด็กก็ต้องอ่านหนังสือเด็กบ้าง แม่นางสามสีจะได้เติบโต”
“อ้อ…”
หากไม่เข้าใจ ก็ถามนักพรต
บางครั้ง เขาพลิกไปอีกหน้า นางก็พลิกดูของตนเองบ้าง จึงเห็นว่าหนังสือที่นักพรตอ่าน ดูสนุกกว่าของนางจริงๆ
แสงที่ประตูมืดลงเล็กน้อย จอมยุทธ์หญิงอู๋เดินแบกตั่งไม้เข้ามาด้วยท่าทีสบายๆ เดินข้ามธรณีประตูอย่างระมัดระวังพร้อมกับมองมาที่ทั้งสองคน
“ให้ข้าวางไว้ตรงไหน…โอ้ พวกเจ้ากำลังอ่านหนังสืออยู่หรือ”
“ใช่แล้ว ข้าซื้อตำราเรียนสำหรับเด็กมาให้แม่นางสามสี และซื้อหนังสือของสหายเก่ามาอ่านฆ่าเวลา”
นักพรตวางหนังสือลงแล้วยืนขึ้น แม่นางสามสีก็ยืนขึ้นตามเขา พร้อมกับแหงนหน้ามองจอมยุทธ์หญิงอู๋
“วางไว้ตรงนั้นเถิด”
“ไม่ให้ข้าช่วยยกขึ้นไปชั้นบนหรือ”
“ไม่หนักหรอก ข้าทำเองได้”
“ก็ได้”
จอมยุทธ์หญิงอู๋ไม่อิดออด วางตั่งไม้ลงแล้วเดินมาหยิบหนังสือบนโต๊ะ พลิกดูทั้งปกหน้าและหลัง แล้วหันไปมองนักพรตกับเด็กหญิง “พวกเจ้ารู้จักใช้เวลาไปกับเรื่องพรรค์นี้ด้วย…”
“ฤดูหนาวมักไม่มีเหตุการณ์อันใด อากาศหนาวเหน็บเช่นนี้ นั่งตากแดด ผิงไฟ ชงชา อ่านหนังสือล้วนเป็นกิจวัตรของผู้ดี”
“เล่มนี้สอนอะไรเจ้า”
“ไม่ได้สอนอะไรหรอก แค่สอนอ่านตัวอักษร แต่งประโยค เรียนรู้วัฒนธรรมประวัติศาสตร์ ทำให้พอท่องบทกวีง่ายๆ ได้บ้าง”
“สอนอ่านตัวอักษร แต่งประโยค…”
จอมยุทธ์หญิงอู๋พยักหน้า คิดว่าน่าสนใจ “แม่นางสามสีมีตาแค่คู่