หนึ่งกว่าเด็กหญิงจะผ่อนคลายลง นางเหลือบตามองนักพรตพลางเอ่ยปากขึ้น “แม่นางสามสีจะได้เป็นอาจารย์แล้วหรือ”
“ทำไมเล่า”
“แมวก็เป็นอาจารย์ของผู้ใหญ่ได้หรือ” สีหน้าของนางแฝงแววจริงจัง สายตาขึงขังราวกับไม่เชื่อ
“แม่นางสามสีกล่าวเช่นนี้ไม่ถูกนัก”
นักพรตหัวเราะส่ายหน้า ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้าๆ “สุภาษิตกล่าวว่า การเรียนรู้นั้นไม่มีก่อนหลัง ผู้ใดเข้าใจมากกว่าย่อมเป็นอาจารย์ ตั้งแต่รู้จักแม่นางสามสี ข้าก็ได้เรียนรู้หลายสิ่งจากแม่นางสามสี ตอนนี้ความฉลาด ความขยัน และความรู้หนังสือของแม่นางสามสีล้ำหน้าจอมยุทธ์หญิงอู๋ไปแล้ว ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่จะสอนบางเรื่องให้นางได้ อย่างเช่นสอนนางอ่านหนังสือ”
“อือ…”
นี่ข้าเป็นอาจารย์จริงหรือ
เด็กหญิงแทบหายใจไม่ออก ใครจะคิดว่าแมวตัวเล็กๆ อย่างนาง ไม่เพียงจะมีม้าเป็นเพื่อน แต่ยังเป็นอาจารย์ให้มนุษย์ได้ด้วย
การเรียนรู้นั้นไม่มีก่อนหลัง ผู้ใดเข้าใจมากกว่าย่อมเป็นอาจารย์
นักพรตพูดได้ดีจริงๆ…
เสียงนักพรตดังขึ้นอีกครั้ง
“แต่…”
แม่นางสามสีหันขวับมาทางเขา
“แต่!”
“แต่จอมยุทธ์หญิงอู๋ก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว อาจมีตัวอักษรบางตัวหรือบางสุภาษิตที่นางไม่เคยเห็นหรือเขียนไม่เป็น แต่นางได้สัมผัสในชีวิตประจำวัน ตอนนี้นางยืม ‘ร้อยแซ่’ อันเป็นตำราจดบันทึกแซ่ของผู้คนทั่วหล้า ทำให้จำตัวอักษรได้ ย่อมมีบางแซ่ที่นางเคยได้ยินมาก่อนแต่อ่านไม่ออก ถึงตอนนั้นนางมาถามเจ้า เจ้าก็ตอบนางได้แน่นอน แต่ข้าคิดว่