สมกับที่เป็นหมอเทวดาล่ะนะ’”
“ปีใหม่ก็ใกล้เข้ามาแล้ว”
“ใช่แล้ว…”
จอมยุทธ์หญิงอู๋ถอนหายใจยาว
ไม่รู้ว่านางต้องแบกภาระนี้มากี่ปี ผ่านความทุกข์ยากนับไม่ถ้วน ฝึกฝนวิชาตั้งแต่เยาว์วัย อดทนเร้นกายอยู่ในนครฉางจิงก็เพราะต้องการล้างแค้น บัดนี้สิ่งเหล่านั้นใกล้สิ้นสุดลงแล้ว กลับกลายเป็นความว่างเปล่าที่สุมอยู่ในใจ ไม่รู้ว่าหลังจากนี้ควรจะทำสิ่งใด หากมิได้แบกรับภาระนี้มาตั้งแต่ต้น ตนก็คงกลายเป็นอีกคนที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
พอคิดถึงเพียงเท่านี้ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าชะตาฟ้าช่างประหลาดล้ำ
“แล้วหลังจากที่จอมยุทธ์หญิงสะสางภารกิจใหญ่เสร็จสิ้นเล่า”
“ข้าคิดมานานแล้ว” นางหยุดมือ “คงจะกลับไปอี้โจว ข้าชอบเที่ยวเล่น ใช้ชีวิตสำราญไปวันๆ คงจะหาที่สักแห่ง ใช้ชีวิตโดยปราศจากความกังวล”
นางเงยหน้าขึ้นมองซ่งโหยว “แล้วเจ้าเล่า เมื่อไรจะกลับอี้โจว”
“รัชศกหมิงเต๋อคงไม่ยืนยาวถึงปีที่ยี่สิบเอ็ด แต่ถ้านับเวลาแล้ว ข้าจะกลับไปอี้โจวตอนนั้นพอดี
“ดี! ถึงเวลานั้น ข้าจะไปเยี่ยมเจ้าพร้อมไก่แดงตัวโตๆ”
“พร้อมต้อนรับเสมือ”
ซ่งโหยวเผยรอยยิ้มออกมา
อากาศหนาวเย็น โจ๊กที่ตั้งไว้บนโต๊ะเย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว ค่อยๆ ตักกินทีละชั้น ชั้นบนสุดหมดแล้ว ความอุ่นจากด้านล่างก็แผ่ขึ้นมาแทน จอมยุทธ์หญิงอู๋ยกชามขึ้นซดไม่กี่คำก็หมดเกลี้ยง อีกชามก็ไม่ต่างกันนัก
หมั่นโถวลูกหนึ่ง กัดเพียงไม่กี่คำก็หมดแล้ว ส่วนไข่ต้มนั้นก็ไม่ค่อยจะต่างกัน
เมื่อเห็นว