จะข้าจะทำให้เจ้าได้บำเพ็ญตบะ แต่ปล่อยไว้นานก็ใช่ว่าจะดีนัก ฤดูนี้จงพักอยู่บนเขานอกเมือง สำรวจผืนแผ่นดินกว้างใหญ่ สายธารขุนเขา หากได้วิ่งโดยไร้พันธนาการ บางทีเจ้าอาจจะตื่นรู้ขึ้นบ้างก็ได้”
เจ้าม้าส่งเสียงพ่นลม ซ่งโหยวจึงลูบคอมันอีกครั้ง
“ไปเถิด ต้นฤดูใบไม้ผลิข้าจะกลับมาหาเจ้า จะรอดูว่าเจ้าได้รับรู้อะไรมาบ้าง ระหว่างนี้อาจให้เยี่ยนอันไปเยี่ยมเจ้าบ้าง”
ม้าก้าวเดินออกไปสักระยะก็หันกลับมามอง แล้วเร่งฝีเท้าออกวิ่งไปไกล
แม้มันจะมีร่างกายผอมบาง ทว่าเมื่อเห็นมันวิ่ง แม้ผู้ที่ไม่ชำนาญเรื่องม้าก็ยังดูออกว่ามันพิเศษ ทางเขาหินรกขรุขระ ร่องน้ำร่องหินมากมาย แต่มันกลับวิ่งไวดุจสายลม มิได้หยุดยั้ง ต่อให้มีร่องลึกหรือเนินดิน มันแค่กระโดดขึ้นเล็กน้อยก็ข้ามไปได้ ราวกับเหาะอยู่ก็ปานนั้น
ซ่งโหยวเบนสายตากลับมา ก่อนจะเดินลงจากเขา กลับเข้าสู่ตัวเมือง
ไม่นานก็ผ่านหน้าร้านหนังสือร้านหนึ่ง
เขาล้วงหาเงินติดตัว แล้วพาแมวสามสีก้าวเข้าไป
“เฮ้ย เฮ้ย…”
“เถ้าแก่อย่าตกใจไป แมวข้ารู้ความ ไม่ซุกซน หากทำหนังสือเสียหาย ข้าจะชดใช้ตามราคา”
เจ้าของร้านลดมือที่กำลังจะคว้าแมวสามสีลง พลันเปลี่ยนจากทำตาโตเป็นยิ้มหวานทันที
แมวรู้ความเช่นนี้ ใครเล่าจะกล้าเชื่อ ถึงจะเห็นนางนั่งนิ่งอยู่ข้างนักพรต คอยเงยหน้ามองอย่างว่าง่ายก็ตาม แต่ถ้ามีคนชดใช้ค่าเสียหายให้ก็ย่อมดีกว่า
“คุณชายอยากอ่านตำราแบบใดหรือ” เจ้าของร้านเดินเข้ามาถามนักพรต “คัม