สมอกับนางพอดี แม้เป็นเรื่องง่ายดาย แต่เขาก็ตั้งใจมาก
ศีรษะของเด็กหญิงบดบังรอยขีดที่ทำไว้เมื่อสามปีที่แล้วจนมิด
“เจ้าต้องวัดดีๆ นะ!”
“วัดได้เท่าไรก็คือเท่านั้น”
“เจ้าต้องวัดดีๆ สิ!”
“…”
นักพรตยื่นมือออกไปลากเส้นจากกระหม่อมของนางไปแตะผนัง แล้วขีดรอยเล็กๆ ไว้อย่างระมัดระวัง
“เรียบร้อยแล้ว”
“!”
เด็กหญิงรีบก้าวออกมา มองดูรอยใหม่บนผนัง เห็นว่ามีรอยขีดสองเส้น สูงต่ำไม่เท่ากัน
ซ่งโหยวยกมือเปรียบให้ดู รอยใหม่นั้นสูงกว่ารอยเก่าเกือบหนึ่งชุ่น
เด็กหญิงเห็นเข้าก็เลียนแบบเขา ลองแบมือออก แล้ววางหัวแม่มือไว้ที่รอยขีดล่าง จากนั้นก็ยื่นนิ้วกลางไปแตะรอยขีดบน แต่เพราะมือนางเล็กเกินไป เอื้อมไม่ถึง พอวางนิ้วกลางได้ หัวแม่มือกลับหลุดจากรอยขีดล่างเสียแล้ว
นั่นทำให้นางขมวดคิ้วน้อยๆ ลงด้วยความลำบากใจ
“ผ่านมาสามปี แม่นางสามสีสูงขึ้นเท่านี้เชียว”
“เท่านี้เชียว!”
“ใช่แล้ว”
“สำหรับแมวที่โตแล้วถือว่าไม่น้อยเลย” นักพรตตอบไปตามจริง
“แล้วสำหรับคนเล่า”
“สำหรับคนที่โตแล้วก็ถือว่าไม่น้อยเหมือนกัน”
“แล้วถ้ายังไม่โตเล่า”
“เช่นนั้นจะนับแบบเดียวกันไม่ได้นะ”
“ก็ถือว่าน้อยหรือ”
“…”
นักพรตไม่ได้ตอบ เพียงยกยิ้มแล้วยื่นมือไปลูบศีรษะน้อยๆ ของนางพลางเอ่ย “แม่นางสามสียังไม่รู้ว่าการเติบโตนั้นเป็นเรื่องประหลาดยิ่งนัก…”
“อย่างไรเล่า”
“ไม่ว่าจะโตเร็วเพียงใด ก่อนโตมักรู้สึกว่ามันช้ามาก แต่ไม่ว่าจะโตช้าเพียงใด หลังโตแล้วกลับรู้สึกว่าม