ันช่างรวดเร็วเหลือเกิน” นักพรตเอ่ย “ยิ่งไปกว่านั้น แม่นางสามสีมีอายุยืนยาวนัก ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้เลย”
“…”
เด็กหญิงเชิดหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาใสแจ๋ว เด็กน้อยไฉนเลยจะเข้าใจถ้อยคำแสนลึกซึ้งนี้ เพียงเพราะนักพรตกล่าว นางก็เต็มใจจะฟัง เพียงเพราะนักพรตว่าไม่ต้องกังวล นางก็เชื่อสุดใจ
“ไปกันเถิด”
“จะไปที่ใดหรือ”
“ไปตักน้ำจากบ่อมาใช้ล้างหน้า ออกไปกินอาหารเช้า จากนั้นแวะไปที่หน่วยงานบ้านเรือน ไปขอบคุณพวกเขาที่เก็บบ้านหลังนี้ไว้ แล้วก็ส่งเจ้าม้าออกไปนอกเมืองเสีย บ้านเรือนในเมืองแคบเกินไป ไม่เหมาะให้มันอยู่หรอก”
เด็กหญิงจึงตามเขาลงบันไดไปติดๆ
นางแปลงเป็นร่างคนแล้ว แต่ยังคงมีนิสัยเป็นแมว ไม่ยอมเดินนำ ไม่ยอมเดินตาม ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าบันไดคับแคบ แต่ก็ยังเบียดเคียงเขาไป ระหว่างนั้นก็เอ่ยถามขึ้น
“ว่าอะไร”
“แสดงว่าแม่นางสามสีมีความสุขตลอดเวลา”
“มีความสุข…”
เด็กหญิงตั้งใจคิดทบทวน แล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง
“ถูกแล้ว!”
เด็กหญิงยกถัง เปิดประตูออกไป เช้าตรู่ในนครหลวงช่างคึกคักยิ่ง ผู้คนพลุกพล่าน เปี่ยมด้วยกลิ่นอายวิถีสามัญชน
ครั้นเพื่อนบ้าน, พ่อค้าที่กำลังเปิดร้าน หรือแม้แต่พ่อค้าเร่ที่ตั้งแผงอยู่หน้าประตูบ้านเห็นนักพรตกับเด็กหญิงต่างก็พากันแปลกใจ
“คุณชายกลับมาแล้วหรือ”
“กลับมาตั้งแต่เมื่อไรกัน”
“แม่นางน้อยงดงามยิ่งนัก!”
ซ่งโหยวพยักหน้าตอบรับทีละคนๆ
เดิมคิดจะออกไปตักน้ำเอง แต่เห็นถนนเต็ม