คนอยู่!”
“ตรงไหนหรือ”
“นอกประตูเมือง!”
“นอกประตูเมืองมีคนเต็มเลย”
“เป็นคนที่พวกเรารู้จักด้วย!”
“ชื่ออะไรเล่า”
“ผู้แซ่เฉิน…!”
“อ้อ…”
นักพรตเงยหน้ามองออกไปไกล มีคนยืนอยู่ที่ประตูเมืองท่ามกลางแสงยามสนธยาจริงๆ
“…”
นักพรตยกยิ้ม ก้าวเดินฉับไว ย่ำไปตามถนนดินเหลืองแล้วลงจากเขาไป ครั้นผ่านศาลาบนเนินกฌเหลียวมองอีกครั้ง ถนนเบื้องหน้ากว้างขวางทอดตัวสู่เมืองใหญ่
ภาพของร่างเงาหน้าประตูเมืองเริ่มแจ่มชัดขึ้นทุกที เป็นแม่ทัพเฉินจริงๆ
แม่ทัพเฉินถอดเกราะออกแล้ว บัดนี้สวมใส่ชุดขุนนางฝ่ายทหาร ไม่ได้ถืออาวุธใด เพียงยืนนิ่งอยู่ตรงประตู ร่างกายสูงใหญ่กำยำทำให้อาภรณ์ดูแน่นขนัก ประหนึ่งต้นสนเขียวหรือขุนเขาตั้งตระหง่าน
ข้างแม่ทัพเฉิน ยังมีชายหนุ่มร่างใหญ่ผิวคล้ำอีกหลายคน ล้วนสวมอาภรณ์สีแดง คาดผ้าโพกศีรษะ รัดเอวด้วยเข็มขัดหนัง พกดาบโค้ง มีคันศรพร้อมแล่งลูกติดสะพายหลัง ล้วนเป็นเครื่องแต่งกายของผู้ติดตามขุนนางฝ่ายทหารในฉางจิง แต่เพียงสบตาก็รู้แล้วว่ากลิ่นอายสังหารของคนเหล่านี้ หาใช่สิ่งที่พวกขุนนางทหารในเมืองจะมีได้ เพียงมอบเกราะเหล็กกับหอกยาวหนึ่งเล่มให้ พวกเขาก็พร้อมเป็นทหารกล้าที่เคยบุกทะลวงแนวรบตอนเหนือไปพร้อมกับแม่ทัพใหญ่แล้ว
คนพวกนั้นยืนกระจายตัวกัน กวาดสายตาไปทั่วสารทิศ จนเมื่อมีคนเห็นนักพรตที่กำลังมาจากไกลโพ้น สีหน้าก็เคร่งขรึมขึ้นทำใด รีบหันไปหมายจะรายงาน แต่กลับพบว่าแม่ทัพของตนได้หันมองไปทางนั้นแล้ว จ