ึงได้แต่ปัดฝุ่นทรายออกจากร่าง แล้วก้าวตามออกไป
“คารวะท่านแม่ทัพ” นักพรตคำนับตอบ “ไม่ได้พบกันตั้งหนึ่งปี ท่านแม่ทัพยังสบายดีหรือไม่”
“เมี๊ยว~”
“โดยรวมก็ถือว่าพอใช้ได้”
ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าจะกลับมาถึงฉางจิงตอนนี้”
“ข้าได้ยินเรื่องที่กวงโจว จึงคาดว่าท่านคงย้อนกลับมาทางนี้ ส่งคนไปคอยสอดส่องตามเส้นทาง เมื่อไม่กี่วันก่อนนี้เพิ่งมีรายงานกลับมา ข้าจึงมารอที่นี่ทุกวัน”
“ได้ยินว่าแม่ทัพได้รับการแต่งตั้งเป็นท่านโหวแล้ว ท่านไม่ควรมารอข้าเช่นนี้เลย”
“หากไม่ได้ท่าน ชัยชนะจากศึกแดนเหนือครั้งนั้นและตำแหน่งของข้าจะมีอยู่หรือ” แม่ทัพเฉินกล่าวเสียงราบเรียบ “ยิ่งไปกว่านั้นข้าเป็นเพียงนักรบแดนเหนือ ที่ฉางจิง ท่านคือคนเดียวที่ข้าพอเรียกได้ว่าเป็น ‘สหายเก่า’ ”
“เป็นเช่นนั้นเอง…”
ซ่งโหยวยกยิ้มเล็กน้อย
ครั้งก่อนที่มาเยือนฉางจิง จอมยุทธ์หญิงอู๋ก็มารอเขาที่หน้าประตู นั่นเป็นเพราะนางเองก็ไม่มีญาติมิตรใดในเมืองใหญ่ ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน มีคนมารอรับด้วยเหตุผลที่ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก
“เชิญคุณชาย”
แม่ทัพเฉินเบี่ยงกายออกพลางทำมือเชื้อเชิญ “ท่านเดินทางมาไกล ข้าควรตั้งโต๊ะเลี้ยงอาหารต้อนรับท่าน ให้ท่านได้พักผ่อนเสียหน่อย”
ซ่งโหยวไม่ปฏิเสธ และพยักหน้าตอบไปทันที “รบกวนแม่ทัพแล้ว”
“ปลายฤดูใบไม้ร่วงนี้ ปลาหลูจากแม่น้ำซงเพิ่งส่งมาถึง ข้าจะลองไปถามที่หออวิ๋นชุนดู ให้ท่านได้ลองลิ้มรสสักหน่อย” แม่ทัพเฉินกล่าวพลางหัวเราะเ