การณ์ลอบปลงพระชนม์เมื่อคราวก่อน พระวรกายของฮ่องเต้ก็ทรุดโทรมลงเรื่อยมา ผู้ใต้บังคับบัญชามิได้ล่วงรู้โดยถ้วนทั่ว แต่ในเมืองฉางจิงย่อมมีข่าวลือแฝงเร้นอยู่เสมอ ว่าอาการของฮ่องเต้ย่ำแย่ลงทุกวัน แม้ปัจจุบันต้าเยี่ยนจะนับถือลัทธิเต๋าเป็นหลัก ทว่าพุทธศาสนากลับรุ่งโรจน์ขึ้นอย่างรวดเร็ว เหตุเพราะฮองเฮาทรงเลื่อมใสศรัทธา จึงโปรดให้สร้าง ‘ถ้ำหินอวี้ฉวี่‘ ขึ้นเพื่ออธิษฐานขอพรให้ฮ่องเต้พ้นโรคภัย
ซ่งโหยวเอ่ยขอบคุณอีกครั้ง ก่อนจะออกเดินต่อไป
เขายังคงก้าวไปพลาง มองถ้ำหินและรูปสลักใหม่เอี่ยมที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นไปพลาง เดินสวนกับเหล่าช่างฝีมือที่สลักหินอยู่เป็นระยะๆ บางคนประสานมือคารวะเขา นักพรตย่อมตอบรับกลับเป็นธรรมดา
“แม่นางสามสีจำได้ว่าเราเคยเดินผ่านตรงนี้”
“แม่นางสามสีความจำดีเลิศนัก”
“ตอนนั้นที่นี่ไม่เหมือนตอนนี้เลย”
“อนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปยิ่งกว่านี้อีก”
“ทำไมพวกเขาถึงมาสร้างวัดตรงนี้เล่า”
“ต้องลองไปถามพวกเขาดู”
นักพรตกลัวนางจะเยาะเย้ยว่าเขาช่างโง่เขลาอีก จึงก้มมองสบตานาง พอดีกับที่นางแหงนหน้าเอียงคอมองเขากลับ เห็นแล้วรู้สึกเมื่อยแทนนาง จึงเอ่ยขึ้นเบาๆ “แม่นางสามสีเดินห่างจากข้าออกไปสักหน่อยก็ได้ จะได้สบาย ไม่ต้องเงยหน้าสูงนัก”
“แต่แม่นางสามสีตัวเล็ก เสียงก็เบา ถ้าอยู่ไกลไป เจ้าก็ไม่ได้ยินที่ข้าพูดน่ะสิ”
“เจ้าจะไม่เมื่อยเอาหรือ”
“ข้าไม่เมื่อยหรอกน่า”
“แต่ข้ากลัวจะเผลอเหยียบเจ้าเข้า”
“แม่นางสามสีเ