ะงม พงไม้ไหวหวั่น ผสานกับเสียงคำรามของเสือและเสียงหมาป่าหอน
เห็นได้ชัดว่าเป็นพวกเสือในหุบเขา คงหมายจะโจมตีนักพรต แต่ถูกฝูงหมาป่าพบเข้า จึงเกิดการต่อสู้ขึ้น ฝูงหมาป่ามากมายต่างวิ่งเข้าประชิด
เสียงนั้นยิ่งดังสนั่นขึ้นเรื่อยๆ
เสียงพงหญ้าไหวผสานกับเสียงกิ่งไม้หักโค่น เสียงร้องของบรรดาสัตว์ร้ายดังขึ้นไม่ขาดสาย
หากเป็นคนธรรมดายืนอยู่ที่นี่คงจะขวัญหนีดีฝ่อแล้วกระมัง
หมาป่าทุ่งหญ้าที่ถูกอัญเชิญมามีขนาดกลางเมื่อเทียบกับหมาป่าชนิดอื่น ล้วนแล้วเป็นหมาป่าโตเต็มวัย ร่างกายกำยำ คมเขี้ยวกรงเล็บไม่ด้อยไปกว่าหมาป่าธรรมดา หากแต่ดุดันบ้าบิ่นไม่กลัวตาย อีกทั้งยังหนังหนาทนทาน เมื่อรวมตัวกันเป็นฝูง ย่อมไม่เกรงกลัวเสือร้าย ประกอบกับมีจ้าวแห่งขุนเขาร่วมด้วย ไม่นานนักก็บีบให้เสือร้ายหนีไปได้
ป่าลึกเช่นนี้ นักพรตหาได้เห็นการต่อสู้นั้นโดยตรง
แม่นางสามสีปีนขึ้นบนต้นไม้ คอยกอดลำต้นยืดคอมองไป ทว่ากลับเห็นภาพผ่านช่องว่างระหว่างกิ่งก้านเท่านั้น
ได้ยินเพียงเสียงเสือคำรามดุดัน แปรเปลี่ยนเป็นเสียงขู่อันแฝงด้วยความโกรธเกรี้ยว พร้อมกับเสียงหมาป่าหอนอื้ออึง เพียงไม่กี่อึดใจ กลับกลายเป็นเสียงฝีเท้าล่าถอยไปไกลขึ้นเรื่อยๆ ตามมาด้วยเสียงกระจัดกระจาย ก่อนที่ทั้งหมดจะสงบลง
ยักษ์หินกลับมาแล้ว
เด็กหญิงยังคงยืนกอดต้นไม้ มือกำธงแน่น ขณะเดียวกันก็หันไปจ้องนักพรตด้วยแววตาจริงจัง
นางมิได้พูดอะไร เพียงจ้องเขาไม่วางตา
“…”
นักพรตเม้มร