ิมฝีปากแน่น ก่อนจะเอ่ยปากขึ้นบ้าง “ไม่ทันไรแม่นางสามสีก็ปราบเสือร้ายได้เสียแล้ว”
“หมาป่าของข้าเก่งใช่ไหมเล่า!”
“ข้ามองออก แม่นางสามสีเพียงอาศัยกำลังของเทพแห่งขุนเขา ไม่จำเป็นต้องพึ่งหมาป่า ก็ไล่เสือร้ายไปได้แล้ว”
“เทพแห่งขุนเขาของข้าก็เก่งเหมือนกัน!”
“แม่นางสามสีต่างหากที่เก่งกาจ”
เด็กหญิงชะงักไป ลมหายใจพลันสะดุดไป สีหน้าก็ตึงเครียดขึ้นทันที อยากจะกล่าวบางสิ่ง แต่กลับไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำพูดใดออกมา
สุดท้ายได้แต่กระโดดลงจากต้นไม้ หันมองไปทางอื่น แสร้งทำทีไม่สนใจ
นักพรตเพียงก้าวเดินต่อไปพร้อมเอ่ยขึ้น “เยี่ยนอันบอกว่า บนภูเขามีเสือร้ายมากมาย ตลอดเส้นทางนี้ คงต้องขอให้แม่นางสามสีปกป้องพวกเราแล้ว”
เด็กหญิงเผลอสูดหายใจ
จากนั้นจึงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจลง ทำเช่นนี้อยู่พักหนึ่งกว่าจะสงบใจลงได้
นางยังคงมิเอื้อนเอ่ยคำใด เพียงเผยสีหน้าจริงจังยิ่งขึ้น คอยจับตามองทุกสรรพสิ่งรอบกาย ป้องกันไม่ให้สิ่งใดเข้ามาใกล้นักพรต แม้จะเป็นแค่งูก็ตาม
ทั้งสองมุ่งสู่ยอดเขาต่อไป ภูเขานี้ช่างสมกับเป็นถิ่นของจ้าวแห่งพงไพร เสือตามทางยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น ที่น่าประหลาดคือ พวกเสือที่ควรอยู่หากินเพียงลำพังกลับเริ่มรวมฝูงกันโจมตี
บางคราถึงกับมีฝูงเสือโผล่มาก่อกวน
ยังดีที่แม่นางสามสีได้ครอบครองธงอัญเชิญหมาป่ามาราวหนึ่งปีแล้ว เรียกหมาป่าออกมาได้เป็นสิบตัว อีกทั้งยังอัญเชิญเทพแห่งขุนเขาออกมาได้สองตน ฝูงหมาป่าและเทพแห่งขุนเขาร่วมมื