อกันต่อกรกับเสือร้ายได้อย่างง่ายดาย ครั้นเห็นเสือตัวใหญ่วิ่งมาประจันหน้า แม่นางสามสีกลับรู้สึกอิจฉาปนอัศจรรย์ใจในรูปร่างมหึมาดั่งองค์เทพในวิหารที่นางเคยประจักษ์
ปกติควรจะหวาดกลัวมันเสียด้วยซ้ำ
เสือตัวใหญ่ปานนี้ ผู้ใดเห็นแล้วจะไม่สะทกสะท้านบ้าง
ทว่าเมื่อคิดถึงคำที่นักพรตเอ่ยไว้เมื่อครู่ คิดถึงว่าตนมีวิชาอาคมแก่กล้า และยังมีนักพรตเดินคอยตามหลัง แม่นางสามสีก็ข่มความกลัวนั้นไว้แล้วก้าวออกไปพ่นไฟใส่เสือร้าย จนมันยอมล่าถอยไป
เสือตัวนี้อีกไม่นานคงกลายเป็นภูตแล้ว
บนร่างเสือบางตัวมีร่องรอยบาดแผล เห็นได้ว่าเป็นรอยกระบี่
นักพรตแหงนหน้ามองยอดเขาอีกครั้ง
ยามนี้อยู่กลางไหล่เขา ไม่รู้ว่าภูเขาสูงเพียงใด แต่คงใกล้ถึงยอดแล้ว
เขาสัมผัสได้ถึงปราณปีศาจ จึงเผยรอยยิ้มบางๆ แล้วกล่าวกับแม่นางสามสี
“แม่นางสามสีเก่งกาจนัก รู้หรือไม่ว่าทำไม”
“ทำไมเล่า”
“แท้จริงแล้ว เสือคือจ้าวแห่งพงไพร เป็นจ้าวของสรรพสัตว์ทั้งปวง บางครั้งปีศาจเจอเสือธรรมดา ได้เห็นความดุร้ายของมันก็ยังครั่นคร้าม ไม่กล้าจู่โจม ต่อให้มีวิชาเหนือกว่าก็ยังหวั่นเกรง เสมือนหนูเจอแมว บางตนมีวิชาสูงส่งสามารถเอาชนะเสือได้แน่นอน แต่เพราะเป็นเช่นนั้นจึงเอาชนะไม่ได้”
นักพรตสบตากับแมวสามสีที่จ้องมองด้วยความตกตะลึง ก่อนจะยกยิ้มบางๆ แล้วกล่าว “แม้แม่นางสามสีจะเป็นแมวโดยกำเนิด แต่ถึงกระนั้นก็เป็นถึงเทพแมว ย่อมมีพลังอำนาจไร้เทียมทาน กล้าหาญชาญชัย การที่แม่นางส