ิงยังคงลอบมองเขาด้วยแววตาดื้อดึง แต่เมื่อได้ยินเสียง จึงยอมหันไปมองด้านหน้า
ทะเลหมอกผืนใหญ่ สายลมคอยพัดกลุ่มเมฆให้คล้อยลงมาราวน้ำตก นกนางแอ่นสยายปีกโบยบินท่ามกลางฟ้าครามเหนือเมฆาขาว และตรงหน้าของทั้งสอง กลับปรากฏวงแสงหลากสีประหนึ่งอยู่ในห้วงฝัน ในวงแสงนั้นคล้ายมีเงาคนอยู่
“ว้าว~”
เด็กหญิงอุทานเสียงเบา
นกนางแอ่นบินกลับมาเกาะกิ่งไม้หน้าศาลา ทำให้กิ่งไม้นั้นสั่นเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองนักพรต แล้วหันกลับไปมองเบื้องหน้า
“รุ้งวงกลม!”
“นั่นเรียกว่าอาทิตย์ทรงกลด”
“อาทิตย์ทรงกลด?”
“ใช่แล้ว”
“เป็นสายรุ้งที่องค์เทพวาดขึ้นมาหรือ”
“ไม่ใช่ เพียงแต่ล้วนกำเนิดจากฟ้าดินเช่นเดียวกัน”
“เหมือนมีคนอยู่ในวงกลมเลย!”
“ใช่แล้ว”
“เป็นเทพหรือ”
“เป็นแม่นางสามสีต่างหากเล่า…”
ซ่งโหยวยิ้มพลางลูบศีรษะเด็กหญิง ก่อนจะแหงนหน้ามองเงาคนในวงแสง
เพียงครู่เดียววงแสงนั้นพลันเลือนหายไป
นักพรตเพียงยกยิ้ม ทว่าก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เอนกายรับลมภูเขาอย่างเกียจคร้าน เหยียดแขนขาออกรับไอแดดอุ่น ทั้งร่างผ่อนคลายลง แล้วจึงหันไปเอ่ยกับเด็กหญิงตัวน้อยและนกนางแอ่น
“ไปกันเถิด”
“จะลงเขาแล้วหรือ”
“ใช่แล้ว ลงเขาไปตามหาจอมยุทธ์ซูกัน”
“ไปตามหาจอมยุทธ์ซู!”
“หวังว่าจะได้เจอจริงๆ”
“ซูอี้ฝานเก่งขึ้นมากเลยนะ!”
“เขาเก่งมาตลอดอยู่แล้ว…”
ครั้นผู้ใหญ่ เด็กน้อย และนกนางแอ่นที่โบยบินอยู่บนฟ้าลงมาถึงกลางเขาแล้ว ก็มีม้าแดงเข้ามาสมทบอีกตัว ทั้งหมดพากันออกลงจากภ