ทธ์สงสัยว่า ‘กระบี่ฟ้าคำรน ซูอี้ฝาน’ จะฝึกกระบี่จนบรรลุวิถีแห่งเต๋าได้อย่างไร ทว่าตั้งแต่คราที่เข้าได้ปรากฏตัวกลางงานประชันยุทธ์หลิ่วเจียง ข้อครหาทั้งปวงล้วนถูกคลี่คล้ายสิ้น!บัดนี้ซูอี้ฝานกลับไปตั้งสำนักบนภูเขาอู้ซานที่กวงโจว และตั้งชื่อว่า ‘สำนักกระบี่จิงเหลย‘ มีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางไปเยี่ยมเยียนไม่ขาดสาย!”
สิ้นคำเขาก็ตบโต๊ะหนึ่งฉาด ถือเป็นการจบเรื่อง
ผู้คนพากันนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มแย่งกันตั้งคำถามต่างๆ นานา ทั้งถามว่า ‘คุณชายต่งได้ไปเยือนเย่ว์โจวจริงหรือไม่‘ ‘ได้พบนกศักดิ์สิทธิ์หรือไม่’ และ ‘ได้พบเซียนจริงหรือ‘
คุณชายต่งพลันเผยท่าทีลำบากใจ ทว่าก็เลือกตอบไปตามจริง
ทุกคนจึงพากันอ้อนวอน ขอให้เล่าโดยละเอียดอีกครั้ง
ทำเอาคุณชายต่งรู้สึกขัดเขินอยู่บ้าง
แม้จะเป็นทายาทผู้สืบต่ออาชีพนักเล่าเรื่องมาโดยตรง และชำนาญการใช้ฝีปากนัก แต่ที่เล่ามานั้นล้วนเป็นเรื่องของผู้อื่นทั้งสิ้น ไม่เคยเล่าเรื่องที่ตนได้ประสบพบเจอจริงๆ มาก่อน จนครั้งนี้ได้เผชิญเรื่องอัศจรรย์เข้าจริง บรรดาลูกค้ากลับเร่งเร้าให้เล่าออกมาอย่างกับเรื่องที่เคยเล่ามานั้น เขาจึงอดรู้สึกประหม่าไม่ได้
หากรู้เช่นนี้เขาคงไม่เอ่ยปากออกไปตั้งแต่แรก คงเก็บซ่อนไว้ในใจ รอให้มีบุตรหลานหรือศิษย์สืบทอด วันหนึ่งค่อยเล่าเป็นตำนานว่าบิดาหรืออาจารย์เคยเผชิญเรื่องราวแปลกประหลาดเช่นนี้มาก่อน
“คุณชายต่งเล่ามาเถิด!”
“ข้าจะเลี้ยงชาเหมยเอ