๋อร์ท่านสักหน่อย!”
ต่งจื้อเผยสีหน้าลำบากใจนัก ลอบถอนหายใจเบาๆ
ทุกคนเห็นว่าเขาใจอ่อนแล้ว จึงเร่งเร้ายิ่งกว่าเดิม
ทว่าในยามนั้นเอง สายตาของคุณชายต่งพลันเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง ทันใดนั้นเขากลับเบิกตากว้าง ราวกับได้เห็นสิ่งเหลือเชื่อ แล้วก็รีบวิ่งโซเซออกไป ทำเอาถ้วยน้ำชาบนโต๊ะตกแตก น้ำชาหกเลอะเทอะเป็นทางยาว
ผู้คนทั้งโรงน้ำชาต่างตะลึงงัน ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
บางคนลุกขึ้นชะโงกมองออกไป ก็เห็นเพียงม้าแดงครึ่งตัวเดินผ่านหัวมุมถนนไป เห็นชายผ้าชุดนักพรตพลิ้วไหวและลับหายไป มีเพียงเจ้าแมวสามสีที่หยุดอยู่ข้างทาง ก้มลงดมพื้นดินอยู่ครู่หนึ่ง พอรู้สึกว่าไม่มีอะไรน่าสนใจก็รีบวิ่งตามไป
คุณชายต่งรีบวิ่งตามไปคล้ายคนเสียสติ ตลอดทางไม่รู้ว่าชนผู้คนไปเท่าใด
ทุกคนในโรงน้ำชาต่างพากันอึ้งงันไป บางคนทนความสงสัยไม่ไหวจึงตามออกไปด้วย แม้แต่เถ้าแก่เองก็ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
กระทั่งเวลาล่วงเลยไปสักสองเค่อ คนที่ตามออกไปก็กลับมาพร้อมกับคุณชายต่ง แต่ละคนล้วนมีสีหน้าต่างกันไป ส่วนคุณชายต่งกลับดูสิ้นเรี่ยวแรง
เมื่อถามว่าเหตุใดจึงทำท่าซังกะตายเช่นนั้น คุณชายต่งยืนนิ่งอยู่นานกว่าจะถอนหายใจยาว เขาบอกว่า เมื่อครู่ตนเองเผอิญเหลือบไปเห็นเซียนผู้นั้น แต่กว่าจะเห็นเซียนก็เดินไปถึงมุมถนนแล้ว ตนจึงรีบไล่ตามไป
ท่าทางของเขาดูไม่เหมือนเสแสร้ง ทุกคนรีบถามต่อว่าตามทันหรือไม่
“จะตามทันได้อย่างไรเล่า…”
คุณชายต่งได้แต่ถอ