ไม่คิดติดใจ
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกมหัศจรรย์
ยิ่งนึกย้อนก็ยิ่งยากจะเอื้อนเอ่ย
ทั้งสองยังคงยืนสนทนากันอยู่ริมฝั่งอีกครู่หนึ่ง ก่อนเด็กชายจะคารวะแล้วว่า “อันที่จริงข้าควรขอบคุณท่านสำหรับค่าน้ำชาเมื่อวันนั้น อย่างน้อยหากไม่กล่าวขอบคุณ เมื่อถึงวันที่คุณชายไปจากที่นี่ ก็ควรได้มาอำลา แต่ว่าตอนนี้ทั้งต้องฝึกยุทธ์ทั้งต้องเลี้ยงชีพ ไม่รู้ว่าถึงครานั้นจะมีโอกาสหรือไม่ เช่นนั้นขอถือโอกาสนี้ อวยพรให้คุณชายเดินทางโดยสวัสดิภาพ”
“ข้าน้อมรับน้ำใจของเจ้า ขอบคุณเช่นกัน” ซ่งโหยวไม่เสียมารยาท ประสานมือตอบกลับเช่นกัน “พวกข้าคงต้องไปแล้ว ขอให้จอมยุทธ์น้อยรักษาตัว”
“ขอให้คุณชายเดินทางปลอดภัย”
ซ่งโหยวจึงหันหลังเดินจากไป
เด็กหญิงตัวน้อยก็รีบหอบปลาตามติดไป
ส่วนเด็กหนุ่มรูปโฉมดั่งนกนางแอ่นก็เดินรั้งท้าย หิ้วปลาเต็มทั้งสองมือ นักพรตพลันเหลียวกลับมามอง จะช่วยแบ่งเบาภาระ แต่ไม่ว่าทั้งแมวหรือนกนางแอ่น ต่างก็มีเหตุผลไม่ยอมให้เขาช่วย
เด็กหนุ่มริมฝั่งมองตามแผ่นหลังของพวกเขาอยู่เนิ่นนานกระทั่งลับสายตาไป จึงเบนสายตากลับมา
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด จึงหันไปมองหลุมบนผิวน้ำแข็งอีกครั้ง สงสัยว่ากลางลำน้ำปลาจะมีมากกว่าหรืออย่างไร อยากลองก้าวไปพิสูจน์ดู ทว่าเพียงก้าวลงไป น้ำแข็งก็เปราะแตกเป็นโพรง ทำเอารองเท้าและปลายขากางเกงเปียกโชกไปหมด คราวนี้จึงสังเกตเห็นว่า น้ำแข็งเหนือลำน้ำนั้นบางลงจนเหลือเพียงคืบเดียว หาใช่สิ่งที่จะรับน้ำหนักค