มคู่ควรกับสมญานามยอดยุทธ์อยู่ดี”
“เป็นเพียงความเห็นของข้าเท่านั้น” ซ่งโหยวยิ้ม เขาเว้นไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ “ไม่ว่าอย่างไร วิชากระบี่ของซูอี้ฝานนั้นก็ล้ำเลิศยากจะหาผู้ใดเทียบเคียง หากเขาบรรลุแล้วจริงๆ เช่นนั้นแม้กาลเวลาล่วงเลยไป เลือดเนื้อสังหารย่อมไม่เสื่อมสลายลงดั่งนักยุทธ์ทั่วไป แต่จะยิ่งบรรลุแก่นแท้ พอวันเวลาผ่านไปก็ยิ่งเข้าใจลึกล้ำ หากบุตรหลานของหลินเต๋อไห่คิดจะไปล้างแค้น เกรงว่าคงยากนัก”
“!”
เด็กชายพลันนิ่งไป เขาชำเลืองตามองนักพรตด้วยความระแวดระวัง ทว่านักพรตยังคงสงบสุขุมดังเดิม
“…”
เด็กชายไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายมองออกหรือไม่ จึงเงียบไปครู่หนึ่ง เร่งปรับถ้อยคำ แล้วประสานมือคารวะ“เรื่องราวในยุทธภพนั้นไกลเกินตัวพวกเรา ย่อมฟังเป็นเรื่องเล่าเท่านั้น แต่ข้าก็ควรขอบคุณท่านที่เตือนสติ แต่ก่อนข้าฝึกยุทธ์มักปวดหลังเมื่อยเอว นอนทั้งคืนก็ไม่หาย คราวนี้ทำตามที่คุณชายแนะ ออกมาจับปลาที่แม่น้ำสักตัวสองตัว กลับไปต้มกินแล้ว เห็นว่าร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้นนัก”
“ไม่เป็นไร”
ซ่งโหยวยังคงตอบทั้งรอยยิ้ม ทว่าในใจกลับยิ่งรู้สึกพิศวง
ครานั้นที่บ้านโลงศพในสวี่โจว เขาเองก็เคยบังเอิญช่วยเหลือซูอี้ฝาน ไม่คิดว่าเหตุการณ์ตรงหน้าก็เป็นความบังเอิญเช่นกัน แต่กลับเป็นเรื่องเกี่ยวพันกับบุตรชายของหลินเต๋อไห่ ไม่รู้ว่าคำเตือนที่เอ่ยออกไปโดยไม่คิดจะช่วยเขาได้มากน้อยเพียงใด แต่ก็ถือเป็นการตอบแทนน้ำใจอย่างที่ควรจะเป็น จึง