ต่กลับไว้ชีวิตครอบครัวของเขาไว้กระมัง”
น้ำเสียงนั้นแฝงแววเสียดสี แต่ในขณะเดียวกันกลับสัมผัสได้ถึงความทอดถอนใจยิ่งกว่า
“…”
ซ่งโหยวหรี่ตาลงมองเด็กชาย ราวกับเป็นการเตือนสติให้เขาเชื่อมโยงเรื่องราวเข้าด้วยกัน
เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ แล้วเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย ทันใดนั้นเขากลับเข้าใจทุกอย่างทันที
ท่องพเนจรในยุทธภพ แต่ท่วงท่ากลับแตกต่างจากบุตรหลานชาวบ้านทั่วไป เด็กชายผู้นี้เติบโตเกินวัย มุ่งมั่นฝึกฝนไม่หยุดหย่อน ได้ยินชื่อผู้ที่มีฝีมือเลิศสุดในใต้หล้า ก็ใช่ว่าจะมีแต่ความเลื่อมใส หากยังแฝงด้วยความรู้สึกอื่น
ที่แท้…เป็นเช่นนี้เอง
ซ่งโหยวรู้สึกว่าประหลาดเหลือเกิน
ตนพึ่งมาถึงจ้าวโจว บังเอิญเลือกหยุดพักที่อำเภอเล็กๆ ห่างไกลแห่งหนึ่ง หาได้มีความคิดว่าวันหนึ่งจะได้พบบุตรชายของหลินเต๋อไห่เข้า
วาสนาหนอ ช่างอัศจรรย์เกินเอื้อนเอ่ย
แม้ว่าครานั้นซูอี้ฝานไม่ได้ลงมือสังหารจนสิ้นเชื้อ อีกทั้งถึงเขาจะไม่ได้เปลี่ยนชื่อแซ่ปิดบังตัวตน ท่องยุทธภพด้วยนามเดิม ซูอี้ฝานก็คงไม่ได้คิดจะรังแกบุตรของอริ เพียงแต่เด็กชายกลับเลือกใช้นามแฝง ร่อนเร่มาถึงอำเภอกันดารในจ้าวโจว ย่อมต้องมีเหตุผลอยู่แล้ว นักพรตก็หาได้เอ่ยความจริงออกไปไม่ เพียงพยักหน้ากล่าวว่า
“แต่ถึงอย่างไร แม้ไม่ได้เลื่องลือด้วยศึกแก้แค้นครานั้น หรือไม่ได้เล่าขานเรื่องที่ไว้ชีวิตครอบครัวของหลินเต๋อไห่ ชื่อเสียงของซูอี้ฝานก็คงไม่เสื่อมเสียลง ด้วยคุณธรรมที่เขาพึงมี ย่อ