ลงศรใส่ก็มีอากาศกั้นไว้” เด็กชายเล่าเสียงเรียบ แต่เมื่อจบกลับแอบชำเลืองตามองซ่งโหยว แล้วแสร้งทอดถอนใจ “ไม่รู้ว่าคนฝึกยุทธ์อย่างพวกข้า จะต้องทำเช่นไรจึงจะบรรลุถึงขั้นนั้นได้”
“เช่นนี้เอง…”
นักพรตพยักหน้าเบาๆ
เจตนาของเด็กชายปรากฏชัดบนใบหน้า แม้จะเก็บงำได้มากกว่าเด็กชายวัยเท่าๆ กัน แต่มีหรือจะลวงตาเขาได้ เพียงแต่นักพรตก็ยังนึกไม่ออก
พลันได้ยินเสียงของเด็กชายที่ยืนอยู่ริมฝั่งแว่วขึ้นมา “ในเมื่อคุณชายออกพเนจรทั่วหล้ามาจากทางใต้ คงได้ยินเรื่องของซูอี้ฝานมาไม่น้อยกระมัง”
“แน่นอน”
นักพรตพยักหน้าตอบ
เด็กหญิงน้อยเชิดหน้ามองเขาอย่างเคร่งขรึม ราวกับเกรงว่าจะได้ยินเขาพูดให้ร้าย ‘ผู้แซ่ซู’
ซ่งโหยวหาได้ใส่ใจสีหน้าของเด็กหนุ่มมากนัก ครานี้เมื่อได้ถาม ก็เผยสีครุ่นคิดขึ้นมา ก่อนตอบไปอย่างตรงไปตรงมา “ซูอี้ฝานนั้นวรยุทธ์เลิศล้ำ จิตใจเด็ดเดี่ยว ท่วงท่าสมเป็นจอมยุทธ์แท้ ว่ากันว่าชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วหล้ามาตั้งเนิ่นนาน หาใช่เพราะฝีมือเพียงอย่างเดียว แต่ยังเปี่ยมด้วนคุณธรรม จัดว่าเป็นยอดยุทธ์โดยแท้”
“ยอดยุทธ์หรือ…”
เด็กหนุ่มค่อยๆ กลืนคำที่เพิ่งเอื้อนเอ่ยออกมาลงไป
คิดดูแล้วก็ไม่ผิดแปลกไปจากที่เคยได้ยินผ่านคำคนและปากนักเล่าเรื่องสักเท่าไร จึงไม่อาจคัดค้าน ผ่านไปครู่หนึ่งจึงส่ายหัวไปมา “เกรงว่าชื่อเสียงของซูอี้ฝานคงมาจากคราวบุกมาแก้แค้นหลินเต๋อไห่ เจ้าสำนักหานเจียง สำนักอันดับหนึ่งแห่งแคว้นจ้าวโจวถึงที่ แ