มีการใช้เครื่องเทศครบสูตรปรุงอาหารตุ๋นได้ถึงเครื่องเลย ซ่งโหยวเคยลองทำในอารามและได้รับคำชมจากนักพรตชรา แต่วิธีการและรสชาติยังไม่สมบูรณ์แบบนัก ทั้งยังขาดรสเผ็ดไปด้วย
คิดไปคิดมาก็หยิบไหดินเผาใบเล็กออกมาจากถุงใส่ผ้า เดิมทีมันเป็นไหบรรจุชา ทำให้ใบชาแห้งกรอบและไม่ติดกลิ่น คราวนี้เปิดออก กลับพบว่าภายในเต็มไปด้วยพริกแห้ง
เขาหยิบพริกออกมาหนึ่งเม็ดอย่างระมัดระวัง แล้วผ่าเอาเมล็ดออก
ระหว่างที่กำลังจะไปเอากระถางดิน ก็เห็นแม่นางสามสีแปลงร่างเป็นเด็กหญิงมายกกระถางดินให้ด้วยสองมือ
“ขอบคุณแม่นางสามสี”
ซ่งโหยวรับกระถางไปวางบนขอบหน้าต่าง ใช้นิ้วขุดหลุมตื้นๆ ใส่เมล็ดพริกลงไปแล้วกลบฝังให้เรียบร้อย
เมื่อหันกลับมา ก็เห็นเด็กหญิงยกกระบอกน้ำมาส่งให้ด้วยสีหน้าจริงจัง
“ขอบคุณอีกครั้ง”
“ไม่เป็นไร”
เช่นเดียวกับเมื่อสองปีก่อนที่ฉางจิง คืนนี้ช่างหนาวเหน็บ ลมเหนือพัดแรง เมล็ดพริกงอกดันผิวดินขึ้นมาแล้ว พอเที่ยงคืนก็เริ่มกลายเป็นต้น ออกดอกพลิ้วไหวตามลม พอเช้าวันรุ่งขึ้น ก็ออกผลสุกงอมสีแดงเหมือนโคมไฟเล็กๆ
ซ่งโหยวนอนหลับอย่างสงบตลอดคืน ครั้นลืมตาขึ้นตอนเช้า ก็ได้ยินบทสนทนาของสองภูตน้อยแว่วมาจากขอบหน้าต่าง
“เหมือนจะสุกแล้วนะ!”
“มันสุกแล้ว…”
“ทำไมเจ้าถึงอยู่บนต้นไม้ตลอดเลย”
“น…นกก็ต้องอยู่บนต้นไม้สิ”
“ทำไมเจ้าถึงอยู่ห่างแม่นางสามสีนักล่ะ”
“ข้ากลัวแมว”
“แม่นางสามสีไม่กินปีศาจหรอก! นักพรตบอกว่ากินปีศาจก็เหมือนกินคน ทำเ