ช่นนั้นไม่ได้!” แม่นางสามสีเว้นไปชั่วครู่ “พวกเราร่วมทางกันแล้ว หลังจากแม่นางสามสีรู้จักเจ้า ก็ไม่เคยกินนกอีกเลย! ไม่แม้แต่จะขึ้นไปเก็บไข่นกบนต้นเชียวนะ!”
“เจ้านี่นะ…”
“ทำไมยังกลัวอยู่เล่า”
“ก็เจ้า…”
“เจ้าขี้ขลาด!”
“ก ก็เจ้าเคยกินนกมาก่อนนี่!”
“แมวกินนกเป็นเรื่องปกติ เว้นแต่แมวตัวนั้นโง่ถึงขั้นจับนกไม่ได้ แต่แม่นางสามสีน่ะเก่งมากเลยนะ” เสียงของนางใสแจ๋ว “ก่อนหน้านี้ถ้าข้าไม่รู้จักเจ้าก็คงจับกินแน่นอน โอ้ ยกเว้นนกที่ทำรังอยู่หน้าประตูอาราม แม่นางสามสีจะไม่กิน”
“เจ้าก็เหมือนคน คงไม่ทำร้ายข้ากระมัง”
“ข้าไม่ทำหรอก” แม่นางสามสีตอบอย่างซื่อสัตย์ “ค่อยล่าเจ้าตอนที่ไม่มีอย่างอื่นให้กิน”
“…”
“แค่ก…”
เขากระแอมแล้วก็ลุกขึ้นมา
เสียงสนทนาที่หน้าต่างพลันหยุดลงทันที
ซ่งโหยวใส่รองเท้าแล้วเดินเข้ามาในระยะสายตาของแม่นางสามสี พบว่านางยืนเฝ้ากระถางพริกอยู่บนขอบหน้าต่าง และกำลังจ้องมาทางเขาอย่างจดจ่อ
เมื่อสบตากันแล้ว นางจึงเริ่มพูด
“นักพรต พริกที่เจ้าปลูกสุกแล้ว!”
“รู้แล้ว”
ซ่งโหยวเหลือบมองภูตน้อยทั้งสองพลันยกยิ้มบางๆ แล้วเข้าไปตรวจดู
พริกสุกแล้วจริงๆ
พริกชนิดนี้เรียกว่า ‘พริกโคมแดง’
สองปีที่ผ่านมา เขาทำความเข้าใจกับมันผ่านเมล็ดพริกนานาพันธุ์ที่เยี่ยนเซียนคาบมาให้ มีทั้งขนาดยาวเท่ามือ มีกลิ่นหอม ไม่เผ็ด เหมาะสำหรับนำไปทำอาหาร มีทั้งเล็กเรียว เผ็ดแต่หอม มีพริกโคมแดง เผ็ดปานกลาง หอม มีเล็กเท่ากับเล็บมือ