กลับประหม่าเสียอย่างนั้น
ซ่งโหยวหาได้สนใจไม่ เพียงคลี่ยิ้มบางๆ ให้เท่านั้น
“เจอกันอีกแล้วนะ จอมยุทธ์น้อย”
เด็กชายพยายามปั้นหน้านิ่ง เพียงก้มหัวให้อีกฝ่าย “ได้เจอท่านอีกแล้ว”
“นับเป็นวาสนา”
“นับเป็นวาสนา”
“เมื่อวานข้าบอกว่าถ้าได้พบกันอีก จะขอบคุณเจ้า” ซ่งโหยวยิ้ม แล้วหันไปมองภายในโรงน้ำชา “ข้าไม่รู้จะนำอะไรมาขอบคุณเจ้าดี ในเมื่อตอนนี้อยู่ที่โรงน้ำชา อีกทั้งเจ้าเองก็คงชอบฟังเรื่องเล่า จะให้ข้าสั่งชามาแค่กาเดียวก็ดูไม่สมควร เช่นนั้นเจ้าก็มานั่งดื่มชาด้วยกันกับข้าเถิด”
“…”
“เช่นนั้นก็ต้องขอบคุณท่านจริงๆ!”
ทั้งสองจึงเข้าไปในโรงน้ำชาด้วยกัน หาโต๊ะว่างสักโต๊ะนั่ง
ซ่งโหยวสั่งชาธรรมดามาหนึ่งกา
ไม่กล้าพูดถ่อมตนไปมากกว่านี้แล้ว เพราะว่านักเล่าเรื่องบนเวทีกำลังจะเริ่มพรรณนาแล้ว
เด็กชายนั่งยืดหลังตรง จ้องไปที่นักเล่าเรื่องบนเวทีด้วยแววตาเป็นประกาย
ไม่มองซ่งโหยวที่กำลังรินชาเลยสักนิด
จนกระทั่งซ่งโหยววางถ้วยชาไว้ตรงหน้าเขา
“เชิญ”
“อ๊ะ!”
ดูเหมือนว่าเด็กชายจะเพิ่งสังเกต
“ข…ขอบคุณท่าน”
“เมื่อครั้งก่อนเล่าว่า สุดท้ายกองทัพก็บุกเข้าไปในทุ่งหญ้า ศึกใหญ่ทางเหนือ นับเป็นชัยชนะอีกครั้งของราชวงศ์ต้าเยี่ยน ต่อจากชัยชนะครั้งใหญ่เมื่อสิบกว่าปีก่อน ชัยชนะเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาหลายร้อยปีแล้ว! อย่างไรก็ตาม แม่ทำเฉินตั้งค่ายอยู่ห่างจากชายแดนแปดร้อยลี้ แต่ไม่ยอมถอนทัพ กลับส่งมาเร็วไปแจ้งราชสำนักว่าจะรบต่อไป ทำให้