นต่อ”
“มวลน้ำเชี่ยวกรากที่เอ่อท่วม กลับถอยร่นไป!”
นักเล่าเรื่องยิ่งคึกคะนอง ครั้นเห็นเงินรางวัลกองเต็มพื้น ใบหน้าก็ยิ่งปลื้มปีติ ตบโต๊ะเสียงดัง พร้อมหัวเราะร่า
“แม้แต่น้ำยังฟังถ้อยคำคนออก!”
ผู้คนทั้งโรงน้ำชาต่างส่งเสียงฮือฮาแทนคำสรรเสริญ
พวกที่เอาโรงน้ำชามาใช้แทนบ่อน ถึงจะจดจ่อกับการพนันอยู่ แต่กลับตั้งฟัง ฟังแล้วก็ฮึกเหิม หากใครเพิ่งชนะพนันก็โยนเหรียญทองแดงขึ้นบนเวทีอย่างไม่หวงแหน
คนที่นอกโรงน้ำชาก็เบียดกันแน่นเช่นกัน บ้างจ่ายค่าโต๊ะค่าชาไม่ไหว บ้างก็ไม่อยากเสียเงิน ปกติร้านมักไล่ตะเพิดหรือเรียกให้จ่าย ทว่าวันนี้โต๊ะด้านในเต็มหมดแล้ว เงินทองไหลมาไม่ขาดสาย อีกทั้งนี่ก็เป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงปล่อยเลยตามเลย
ซ่งโหยวจิบชาพลางเหลือบตามองออกไปนอกหน้าต่าง
เห็นถ้าแก่โรงเตี๊ยมก็มายืนมุงด้วย
แต่ผู้ที่ยืนอยู่แถวหน้าสุดกลับเป็นเด็กชายวัยสิบสองสิบสาม ใบหน้าคล้ำแดด แต่งกายด้วยเสื้อผ้าขาดๆ ดวงตาสุกใสจับจ้องนักเล่าเรื่องตาไม่กะพริบ แม้แฝงแววเหนื่อยอยู่บ้าง แต่แววตานั้นกลับเป็นประกายงดงาม
พวกเขาปรารถนาสิ่งใดกัน ปรารถนาจะมีอิทธิฤทธิ์ดุจเซียนในเรื่องเล่า หรือปรารถนาให้ตนได้ไปอยู่ในเหตุการณ์จริง ได้เห็นด้วยตา เรื่องราวอันควรเป็นเพียงตำนาน กลับเกิดขึ้นจริงเมื่อปีนี้ที่ชายแดนตะวันตกของเหยียนโจว
“เหล่าปีศาจเห็นแล้วถึงกับขวัญหนีดีฝ่อ! สิงสาราสัตว์นานาชนิดแผดเสียงร้อง พ่นของเหลวสีเขียวเหนียวเหนอะออกมา…”
“