ทำไมเป็นเช่นนั้นเล่า”
“พวกมันกระอักน้ำดีออกมาอย่างไรเล่า!”
“เหล่าปีศาจที่เหลือเห็นเข้าก็ตกใจ รีบเผ่นหนี ต่างเผยฤทธิ์แปลงกายสารพัด! บ้างกลายเป็นนกโผบิน บ้างกลายเป็นปลาแหวกว่ายไป บ้างแปลงเป็นสายลมทมิฬพัดหายไปในพริบตา บ้างก็คืนร่างเดิมแล้ววิ่งหนีไป มีสารพัด เห็นแล้วไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี!”
“แต่เซียนผู้สูงส่งกลับกล่าวว่า ‘จับพวกมันกลับมาให้ข้าด้วยเถิด’ แม้จะฟังดูเหมือนเป็นคำขอ แต่แท้จริงแล้วเป็นสั่งลูกเสือข้างกาย! มิได้เล่าไปแล้วหรือว่า นอกจากเซียนผู้นั้นจะวัวเขียวคู่ใจท่องไปทั่วหล้า ยังมีลูกเสืออีกตัวด้วย!”
แมวสามสีได้ยินถึงกับเบิกตากว้าง อ้าปากเผยเขี้ยวเล็กสองซี่ราวลูกเสือ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
นางหันมามองซ่งโหยวอีกครั้ง
เขากลับเพียงยิ้มให้ ไม่เอื้อนเอ่ยคำใด
“เจ้าลูกเสือนี้ก็ใช่ว่าธรรมดา ที่แล้วก็บอกไว้แล้ว ครานี้ไม่ขอซ้ำมาก เอาเป็นว่ามันเก่งกล้ายิ่งนัก! เพียงคำราม ร่างกายก็ขยายขึ้นตามแรงลม สูงขึ้นนับหลายจั้ง เพียงคำรามอีกครั้ง ก็แปลงกายเป็นลมกรดพุ่งเข้าใส่ฝูงปีศาจ หึหึ จากนั้นก็กัดกินปีศาจเข้าไปทีละตัว…”
แมวสามสีถึงกับตื่นตะลึง เริ่มตกอยู่ในภวังค์เพ้อฝัน
ซ่งโหยวเพียงดื่มชาฟังเรื่องเล่าต่อไป
เขาย่อมมีความลำพองอยู่บ้าง คนเราล้วนอยากฟังเรื่องเล่าที่สรรเสริญตนเอง ทว่าเขามิได้ฟังเพียงเพราะทะนงตน แต่ยังอยากฟังเบื้องหลังของเรื่องราวด้วย
ชัดเจนว่าผู้คนถวิลหาเรื่องเล่าเกี่ยวกับเซ