่าเหมือนเดิม
ใจจริงไม่อยากหลับเลย…
แต่ไม่รู้ด้วยเหตุใด พอกินดื่มอิ่มหนำ ร่างกายอบอุ่นขึ้น ความง่วงก็ถาโถมเข้ามาโดยไม่รู้ตัว ราวกับที่นักพรตกล่าว ร่างกายที่ฝ่าด่านความหิวหนาวกับหมอกพิษมา ย่อมทรุดโทรมลง เพียงระลึกได้ ความเหนื่อยล้าทั้งหมดก็พรั่งพรูออกมา อีกทั้งน้ำเสียงของนักพรตก็สงบสุขุม สายตาอ่อนโยนประหนึ่งเซียนผู้ลงมาโปรดสัตว์ บวกกับกองไฟอบอุ่นและผ้าห่มแห้งสะอาด ยิ่งทำให้ใจสบายจนเคลิบเคลิ้ม
ท้ายที่สุด ความง่วงก็ถาโถมเข้ามา ร่างกายไม่ฟังคำสั่งอีกต่อไป สักแต่จะล้มลง
ได้แต่ลืมตามองไปข้างหน้า
เห็นนักพรตยังคงสงบนิ่ง เด็กหญิงตัวน้อยนั่งเรียบร้อยเคียงข้าง จ้องมองเขาด้วยแววตาใคร่รู้ ม้าแดงเคี้ยวเอื้องไม่ห่าง นกนางแอ่นก็เกาะบนหลังมัน คอยเฝ้ามองมายังเขา
ต่งจื้อค่อยๆ หรี่ตาลงแล้วหลับไปทันที
เป็นการหลับที่ไม่มีแม้เศษเสี้ยวของความรู้สึกตัว ไม่เหมือนการนอนปกติที่ยังรู้ว่าเวลาล่วงผ่านไปบ้าง ตื่นมาก็ยังพอแยกแยะว่าหลับไปนานเท่านั้น แต่ครั้งนี้กลับว่างเปล่า ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตนได้นอนหลับไปแล้ว คล้ายช่วงเวลานี้ได้หายสาบสูญไปเลยทีเดียว
ต่งจื้อสะดุ้งเฮือกแทบจะลุกพรวดขึ้นมา
พอลืมตาก็พบว่าฟ้าสว่างแล้ว รอบกายยังคงมีหมอกพิษลอยคลุ้ง ต้นชิงถงสูงชะลูดตั้งตระหง่านราวเสาหลักฟ้า แทงทะลุเมฆหมอกขึ้นไปบนสวรรค์ มิใช่ป่าในโลกมนุษย์ แต่คล้ายแดนอสูรยุคบรรพกาล
เขารีบกวาดตามองรอบตัว พบว่ายังห่มผ้าบางไว้ กองไฟตรงหน้าเหลื