อแต่เถ้าถ่านแดงๆ ม้าแดงยังยืนอยู่ไม่ไกล กำลังเคี้ยวเอื้องช้าๆ นักพรตกับเด็กหญิงก็ยังนั่งอยู่ตรงนั้นเช่นเดิม ดูเหมือนจะเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว และกำลังมองมาที่เขา
“นี่…”
หัวใจของต่งจื้อค่อยผ่อนคลายลง เขารีบลุกขึ้นด้วยสีหน้ามึนงง
“ท่านตื่นแล้วหรือ”
“ตื่นแล้ว…”
“รู้สึกเช่นไร”
“…ดีอยู่”
“เช่นนั้นก็ออกเดินทางกันเถิด”
“ได้สิ…”
ต่งจื้อแทบไร้ซึ่งความคิดเป็นของตนเอง อีกฝ่ายว่าอย่างไร เขาก็ทำตามไปหมด
เขารีบลุกขึ้น ยังไม่ทันเก็บผ้าห่ม เด็กหญิงตัวน้อยก็เข้ามารับไป พับใส่ถุงผ้าเรียบร้อย นักพรตก็นำไปผูกบนหลังม้า จากนั้นก็เคลื่อนขบวนออกเดินทาง
ต่งจื้อตามไป เด็กหญิงคอยยื่นธัญพืชอบกรอบกับเนื้อกระต่ายให้เขาเป็นอาหารมื้อแรกของวัน
ต่งจื้อเดินไปพลาง เคี้ยวแผ่นธัญพืชไปพลาง ร่างโอนเอนคล้ายจะล้มอยู่ทุกขณะ
บางครั้งเด็กหญิงก็ปีนขึ้นหลังม้า บางครั้งก็ลงมาเดินเคียงข้าง บางคราก็หักกิ่งไม้มาใช้ตีหญ้าเล่น บ้างก็ล้วงเอากริชออกมา แทงตรงนั้น ขีดตรงนี้ ดูซุกซนร่าเริงยิ่งนัก ส่วนเจ้านกนางแอ่นบินก็บินนำอยู่ข้างหน้า ร้องเจื้อยแจ้วไม่หยุด ทำหน้าที่นำทางอย่างขยันขันแข็ง โผบินขึ้นสูงบ้าง แล้วก็วนกลับมาในพริบตา
ม้าแดงก็เชื่อง เดินตามมาอย่างว่าง่าย
ระหว่างทางมีเสียงหมีคำราม ทำเอาต่งจื้ออกสั่นขวัญแขวน แต่เด็กหญิงน้อยเพียงโบกธงเล็กๆ ขึ้นมา หมาป่าตัวใหญ่สิบกว่าตัวปรากฏขึ้น เมื่อหมีได้กลิ่นฝูงหมาป่า ก็หนีหายไปในทันที
นักพรตหัว