หมด ต่อให้ก้าวเท่าไรก็หาทางออกมิได้ แต่ตอนนี้เพียงครึ่งวันก็กลับเดินออกมาได้แล้ว ยามรำลึกถึงภาพม่านหมอกในป่าเขาราวแดนบรรพกาล แล้วหันมามองหิมะขาวสะอาดเบื้องหน้า ย่อมอดมิได้ที่จะรู้สึกเสมือนฝัน
เขายกมือขึ้นลูบใบหน้า อยากเรียกสติให้ตื่น แต่กลับพบว่า แผลเปื่อยพุพองบนแก้มกับริมฝีปากที่แตกแห้งกลับหายเป็นปลิดทิ้ง เมื่อแลบลิ้นแตะริมฝีปากดู ก็ไม่มีแม้รอยระคายเคือง
ยิ่งเหมือนฝันเข้าไปใหญ่
ต่งจื้อหัวเราะขมขื่น
เมื่อวานยังได้ยินนักพรตกล่าวว่า คงต้องรอจนถึงหานโจว จึงรู้ว่านี่เป็นเพียงความฝันหรือแท้จริง ตอนนั้นเขายังไม่ใส่ใจนัก บัดนี้กลับแน่ใจว่า แม้ยามนี้ก็ยังเหมือนความฝัน หากเดินทางถึงกวงโจวหรือแม้กระทั่งกลับไปถึงหานโจวแล้ว ได้พบผู้คนคุ้นเคย จึงจะรู้แจ้งว่า เรื่องนี้หาใช่ความฝันแต่อย่างใด
หากไม่ใช่ฝัน ก็คือได้พบเทพเซียนแน่แท้
พ้องกับเรื่องราวที่ตนเล่ามาครึ่งชีวิตไม่ผิดเพี้ยน
ต่งจื้อเดินโซเซห่างออกไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นเพียงจุดดำบนผืนหิมะ
นักพรตยังคงยืนมองจนอีกฝ่ายลับสายตาไป จึงหันกลับมา
พลันสัมผัสได้ถึงบางอย่าง จึงหันกลับไป
หมอกพิษยังปกคลุมทั่วผืนป่า แต่ในหมอกนั้นกลับปรากฏเงาร่างของกวางตัวหนึ่ง
กวางนั้นมิได้ก้าวไปไหน หากเชิดหน้ามาสบตากับเขา
ซ่งโหยวขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนค้อมกายคารวะ
“ท่านมีเรื่องใดอยากชี้แนะหรือ”
กวางตัวนั้นมีขนาดพอๆ กับลูกแกะ มันจ้องเขาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเปล่งวาจาดั่งมนุษย์ เสียงก