เซี่ยตงอ่านคำตอบของ AI แล้วรู้สึกอุ่นใจ
นี่สิคือสูตรโกงของเขา
นี่สิคือรากฐานในการสร้างตัว
ส่วนไอ้นามบัตรพวกนั้น ก็แค่ขยะทางวัฒนธรรมแห่งยุคสมัย
เขาปิดมือถือ เตรียมตัวนอน
พรุ่งนี้ต้องเก็บแรงไปเดินซีหู ไปไหว้พระที่วัดหลิงอิ่น
เขาหลับตาลง
ผนังห้องโรงแรมนี้ เก็บเสียงได้สมราคาจริงๆ
เท่ากับศูนย์
ห้องข้างๆ 306 เริ่มมีเสียงดังลอดมา
เริ่มจากเสียงหัวเราะคิกคักของผู้ชายกับผู้หญิง ฟังดูวัยรุ่นทั้งคู่
เซี่ยตงขมวดคิ้ว
พลิกตัวหันหน้าเข้าหาผนัง
ต่อมาเป็นเสียงเตียงไม้ “เอี๊ยดอ๊าด เอี๊ยดอ๊าด” ประท้วงการใช้งาน
จังหวะจะโคนชัดเจน เดี๋ยวเร็วเดี๋ยวช้า
หนังตาเซี่ยตงกระตุกยิกๆ
ให้ตายเถอะ
เขาดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง
แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย
เสียงพวกนั้นเหมือนมีตะขอเกี่ยว ทะลุทะลวงเข้ามาในหูเขา
เสียงผู้หญิงจากที่หัวเราะหยอกล้อ เริ่มเปลี่ยนคีย์
“อื้อ…”
“อ๊า…”
“เบา… เบาหน่อย…”
“คนบ้า…”
เซี่ยตงกำมุมผ้าห่มแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าโรงแรมนี้จงใจหรือเปล่า
จัดให้เด็กหนุ่มวัยสิบแปดมานอนห้องข้างๆ แบบนี้
นี่มันบททดสอบจิตใจผู้บริหาร? หรือการทรมานรูปแบบใหม่?
เสียงลมหายใจหอบกระเส่าของผู้ชายดังแข่งกับเสียงเตียง
ผสมโรงเป็นซิมโฟนีแห่งราคะ
เซี่ยตงรู้สึกว่าเลือดในกายสูบฉีดแรงขึ้น ไปรวมตัวกันที่จุดจุดหนึ่งที่ไม่อาจเอ่ยถึง
ร่างกายวัยสิบแปด ตอบสนองอย่างซื่อตรงและรุนแรงที่สุด
“อะมิตตาพุทธ รูปคือนาม นามคือรูป…”
เซี่ยตงเร