น้าเหมือนลังเลอะไรบางอย่าง
“เป็นไร? ยังไม่กลับอีก?” เซี่ยตงถาม
จ้าวเหมิงเงยหน้า แก้มที่ต้องแสงอาทิตย์อัสดงดูแดงระเรื่อ
“เซี่ยตง…”
“หือ?”
“วันนั้น… ขอบคุณนะ”
เธอขอบคุณอีกครั้ง น้ำเสียงจริงจังกว่าครั้งไหนๆ
“เรื่องเล็กน่า อย่าใส่ใจเลย” เซี่ยตงยิ้ม
“ไม่ ไม่ใช่เรื่องเล็ก” จ้าวเหมิงส่ายหน้า มองเขาด้วยสายตามุ่งมั่น “ถ้าไม่ได้นาย ฉัน…”
เธอพูดไม่จบ แต่ความหวาดกลัวและความซาบซึ้งในแววตา อธิบายทุกอย่างได้ชัดเจน
เซี่ยตงมองเธอ ดวงตาของเด็กสาวใสกระจ่างดุจบ่อน้ำ สะท้อนเงาของเขา และปะปนไปด้วยอารมณ์บางอย่างที่เขาอ่านไม่ออก แต่ก็ดูคุ้นเคยแปลกๆ
บุญคุณช่วยชีวิต สำหรับเด็กสาวที่เพิ่งเริ่มมีความรัก มันมีน้ำหนักมากเหลือเกิน
หลังเลิกฝึกอีกวัน แสงเย็นทอดเงายาวเหยียด
จ้าวเหมิงสะพายเป้ใบเล็ก เดินตามหลังเซี่ยตงต้อยๆ
“เซี่ยตง” จู่ๆ เธอก็พูดขึ้น เสียงไม่ดัง แต่ใสกังวาน
“หือ?” เซี่ยตงหยุดเดิน หันกลับมามอง
แก้มเด็กสาวแดงระเรื่อเพราะแดด ผมสั้นปลิวไสวตามลม เผยให้เห็นหน้าผากเกลี้ยงเกลา
“เพื่อ… เพื่อเป็นการขอบคุณที่นายช่วยฉันไว้คราวก่อน ฉันอยากเลี้ยงข้าวนายสักมื้อ”
เสียงเธอค่อยลงเรื่อยๆ จนแทบไม่ได้ยิน ก้มหน้างุด เหมือนคำเชิญนี้ใช้ความกล้าทั้งหมดที่มีไปแล้ว
เซี่ยตงมองนิ้วมือที่กำสายสะพายเป้แน่นด้วยความตื่นเต้นของเธอ แล้วจู่ๆ ก็ยิ้มออกมา
“เอาสิ”
สองพยางค์สั้นๆ แต่ทำเอาจ้าวเหมิงเงยหน้าขวับ นัยน์ตาเป็นประกายด้วยความดีใจ
“