าของแกกวาดมองนักเรียนไปมา สายตานั้นแผดเผายิ่งกว่าดวงอาทิตย์เหนือหัวเสียอีก
“คนต่อไป จ้าวเหมิง ขึ้นรถ!”
เสียงครูฝึกหลิวเหมือนประทัดแตกในอก ไร้ซึ่งความปรานี
ไหล่ของจ้าวเหมิงหดเกร็งลงเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น
เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดซึมเต็มใบหน้าขาวผ่อง ผมสั้นเปียกชื้นแนบลู่ไปกับหน้าผาก
เซี่ยตงนั่งอยู่ที่เบาะหลัง เปิดหน้าต่างครึ่งหนึ่ง ลมร้อนพัดเข้ามาทำเอาคนง่วงนอน
เขามองแผ่นหลังที่ดูเกร็งๆ ของจ้าวเหมิง แล้วถอนหายใจในใจอย่างไม่มีสาเหตุ
แม่สาวคนนี้ อะไรก็ดีไปหมด เสียอย่างเดียวจิตใจเปราะบางไปหน่อย โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการของครูฝึกหลิว
“ปรับเบาะ กระจกมองข้าง คาดเข็มขัด! มัวโอ้เอ้อะไรอยู่? รอให้ฉันไปเปิดประตูอัญเชิญลงมาเหรอ?”
เสียงเร่งยิกๆ ของครูฝึกหลิวมาอีกแล้ว
จ้าวเหมิงสะดุ้งโหยง รีบขยับมือไม้ให้เร็วขึ้น แต่มันกลับยิ่งรวนไปหมด
เธอสูดหายใจลึก สองมือกำพวงมาลัยแน่นจนข้อต่อนิ้วซีดขาว
“วันนี้ฝึกจอดรถและออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start)”
ครูฝึกหลิวสั่งสั้นๆ ใช้คางชี้ไปที่เนินปูนซีเมนต์ไม่ไกลนัก
“จำเทคนิคที่ฉันสอนเมื่อวานได้มั้ย มองเสา เล็งเส้น ให้มันจบในทีเดียว!”
“เข้าใจมั้ย?!”
“ข… เข้าใจค่ะ” เสียงจ้าวเหมิงเบาหวิวเหมือนยุงบิน
เซี่ยตงขยับท่านั่งที่เบาะหลังให้สบายขึ้น เขารู้ดีว่า รอบนี้คงไม่จบง่ายๆ แน่
รถซานตาน่าส่งเสียงครางฮืออย่างไม่เต็มใจ ค่อยๆ คลานขึ้นเนินไปอย่างเชื่องช้า
รอ