เอง แล้วเข้าไปนั่งในที่นั่งคนขับที่เหมือนถูกคำสาปนั่น
จ้าวเหมิงทำตามคำสั่ง ปรับเบาะ คาดเข็มขัด
ฝ่ามือเธอชุ่มไปด้วยเหงื่อ
“เดินหน้าตรง” เสียงครูฝึกหลิวลอยมาจากข้างๆ ฟังดูสงบลงนิดหน่อย
จ้าวเหมิงค่อยๆ ยกเท้าออกจากคลัตช์
รถสั่นกึกๆ แล้วค่อยๆ เคลื่อนไปข้างหน้า
“นิ่งไว้! เออ นิ่งไว้…”
ครูฝึกหลิวยังพูดไม่ทันจบ
จ้าวเหมิงเกิดตื่นเต้น เท้าคุมไม่อยู่ เผลอยกคลัตช์สูงไปนิด
รถ “พุ่งพรวด” กระโจนไปข้างหน้า
“เชี่ย!” ครูฝึกหลิวกระทืบเบรกฝั่งคนนั่งโดยสัญชาตญาณ
รถหยุดกึก
ตัวของจ้าวเหมิงพุ่งไปข้างหน้าตามแรงเฉื่อย แล้วถูกเข็มขัดนิรภัยดึงกลับมาติดเบาะ หัวใจเต้นรัวเหมือนกลอง
“ไฟบรรลัยกัลป์” ของครูฝึกหลิวถูกจุดระเบิดทันที
“คิดจะทำอะไรห๊ะ?!”
“จะบินรึไง?!”
“บอกให้นิ่งไว้! ไม่ได้ให้ปล่อยจรวด!”
“ขาแกไปเช่าเขามาเหรอ? คุมไม่อยู่ใช่มั้ยห๊ะ?!”
จ้าวเหมิงโดนตวาดจนสะดุ้งโหยง หน้าซีดเผือด
“ข… ขอโทษค่ะครู…”
“ขอโทษแล้วมันได้อะไร? ถ้าอยู่บนถนน แกไปขอโทษคนอื่น เขาจะลุกขึ้นมาจากใต้ท้องรถได้มั้ย?!”
ครูฝึกหลิวชี้ไปที่ลานฝึกข้างหน้า
“ถอยเข้าซอง! ช่องขวานั่น! ถอยเข้าไป!”
มือของจ้าวเหมิงเริ่มสั่น
เธอเข้าเกียร์ถอยหลัง คุมคลัตช์อย่างระมัดระวัง ตาส้องกระจกมองข้างด้านขวาเขม็ง
“หักพวงมาลัย! หักให้สุด! หักสิวะ!”
เสียงตะโกนของครูฝึกหลิวระเบิดใส่หู
จ้าวเหมิงหมุนพวงมาลัยมือไม้พันกันไปหมด
“ดูมุม! มุมพ้นรึยัง?!”
“เหมือน… เหมือนจะพ้นค่ะ…”