“อะไรคือเหมือนจะ? พ้นก็พ้น ไม่พ้นก็ไม่พ้น! มาเล่นทายคำถามรึไง?”
“พ… พ้นค่ะ!”
“คืนล้อ! เร็ว! รอบครึ่ง! นับเลขเป็นมั้ย?!”
รถถอยเข้าซองไปแบบเบี้ยวๆ บูดๆ
ทันใดนั้น
“หยุดๆๆๆๆ——!”
เสียงครูฝึกหลิวโหยหวนเหมือนคนใกล้ขาดใจ
แกกระทืบเบรกจนมิด
ตัวถังรถห่างจากเสาข้างๆ แค่ไม่ถึงเซนติเมตร
หัวใจจ้าวเหมิงแทบหยุดเต้น
เธอเห็นชัดเจนเลยว่า เส้นเลือดบนหน้าผากครูฝึกหลิวเต้นตุบๆ
“เธอ…”
ครูฝึกหลิวชี้หน้าจ้าวเหมิง ริมฝีปากสั่นระริก พูดไม่ออกไปพักใหญ่
เหมือนจะโกรธจนลืมภาษาคนไปแล้ว
เขาผลักประตูลงจากรถ จุดบุหรี่สูบอัดเข้าปอดเฮือกใหญ่
ท่ามกลางควันบุหรี่ เขาชี้มาที่จ้าวเหมิง
“เธอ! ลงมา!”
จ้าวเหมิงกัดริมฝีปาก ขอบตาแดง น้ำตาแห่งความน้อยใจคลอเบ้า
เธอก้มหน้า ปลดเข็มขัดนิรภัยเงียบๆ ลงจากรถไปยืนใต้ร่มไม้
เซี่ยตงมองไหล่ที่สั่นเทาน้อยๆ ของเธอ แล้วถอนหายใจในใจ
ครูฝึกคนนี้ มันฝันร้ายของเด็กฝึกขับรถชัดๆ
“คนต่อไป! แก! ไอ้คนที่ไม่พูดไม่จานั่นน่ะ!”
สายตาของครูฝึกหลิว ในที่สุดก็ตกมาอยู่ที่เซี่ยตง ผู้ซึ่งมีสีหน้าเรียบเฉยมาตั้งแต่ต้นจนจบ
เขามองสำรวจเซี่ยตงตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาเต็มไปด้วยการจับผิดและไม่ไว้ใจ
ในสายตาเขา ไอ้หมอนี่ถ้าไม่กลัวจนเอ๋อไปแล้ว ก็คงเป็นพวกอวดดีครึ่งๆ กลางๆ เหมือนไอ้หัวทอง
เซี่ยตงไม่พูดอะไร เปิดประตูรถขึ้นไปนั่งอย่างใจเย็น
เขาปรับเบาะ ปรับกระจกมองข้าง แล้วคาดเข็มขัดนิรภัยอย่างคล่องแคล่ว
ทุกกระบวนการลื่นไหลต่