อเนื่อง ไม่มีท่าทีเงอะงะแม้แต่นิดเดียว
ครูฝึกหลิวเลิกคิ้ว ดูเหมือนจะแปลกใจนิดหน่อย
“ออกตัว เดินหน้าตรง” เขาออกคำสั่งสั้นๆ
เซี่ยตงเหยียบคลัตช์ด้วยเท้าซ้าย เข้าเกียร์หนึ่ง ปลดเบรกมือด้วยมือขวา
ข้อเท้าซ้ายขยับเพียงเล็กน้อย คลัตช์ก็ถูกยกขึ้นมาที่จุดกึ่งกลาง (Half-clutch) ได้อย่างแม่นยำราวกับจับวาง
รถไม่มีอาการสั่นแม้แต่น้อย เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างนุ่มนวลและราบรื่น ราวกับเนยที่ละลายบนกระทะร้อน
ใต้ร่มไม้ ไอ้หัวทอง หลี่ลี่ และลุงหวัง อ้าปากค้าง
จ้าวเหมิงเองก็หยุดสะอื้น เงยหน้าขึ้นมองรถซานตาน่าคันนั้นด้วยความทึ่ง
ในดวงตาของครูฝึกหลิว ประกายความประหลาดใจพาดผ่านวูบหนึ่ง
“ใช้ได้นี่ไอ้หนุ่ม” เขาแค่นเสียง “เคยฝึกมา?”
“เปล่าครับ แค่เคยดูคนอื่นขับ” เซี่ยตงตอบเรียบๆ ตามองตรงไปข้างหน้า
“ไม่ต้องมาปากดี! ข้างหน้า ถอยเข้าซอง! ช่องซ้าย!”
ครูฝึกหลิวตัดสินใจเพิ่มระดับความยาก
เซี่ยตงตีไฟเลี้ยว นำรถเข้าจุดเริ่มได้อย่างมั่นคง
เข้าเกียร์ถอย ปล่อยคลัตช์
รถถอยหลังอย่างนิ่มนวล
ตาของเขาไม่ได้จ้องเขม็งไปที่จุดเดียวเหมือนคนอื่น แต่สลับมองกระจกซ้ายขวาและกระจกมองหลังอย่างรวดเร็ว ราวกับข้อมูลทุกอย่างถูกสร้างเป็นโมเดลสามมิติในสมองเรียบร้อยแล้ว
“ดูจุด! ถึงเส้นแล้วหักสุด!” ครูฝึกหลิวตะโกนตามความเคยชิน
สิ้นเสียง เซี่ยตงก็หักพวงมาลัยไปทางซ้ายจนสุดอย่างเฉียบคม
จังหวะเวลา ไม่มีพลาดแม้แต่มิลลิเมตร
ตัวรถวาดโค้งสวยงาม ตัดเข้