ามมาช่วยกัน
การแพ็กของและทำใบปะหน้าในยุคนั้น ยังอยู่ในขั้น “ยุคหิน”
ไม่มีหรอก Electronic Waybill (ใบปะหน้าอิเล็กทรอนิกส์) ไม่มีเครื่องพิมพ์ความร้อน (Thermal Printer)
ใบปะหน้าทุกใบ คือกระดาษคาร์บอน 4 ชั้น (Copy Paper)
ต้องใช้ปากกาลูกลื่น บรรจงเขียนชื่อผู้รับ เบอร์โทร ที่อยู่ ลงไปทีละตัวๆ อย่างตั้งใจ
เขียนเสร็จหนึ่งใบ ต้องออกแรงฉีก แคว่ก! เอาส่วนหนึ่งแปะกล่อง อีกส่วนเก็บไว้เป็นหลักฐาน
เขียนผิดตัวเดียว… ทิ้งทั้งใบ เริ่มใหม่หมด
คนหลายคนก้มหน้าก้มตาเขียนยิกๆ จนปวดข้อมือ ตาลายเห็นดาววิบวับ
การแพ็กกล่องน่ะเร็ว เสียงสก๊อตเทป “แคว่กๆ” ดังต่อเนื่อง ปิดผนึกความหวังลงกล่องใบแล้วใบเล่า
แต่ความเร็วในการแพ็ก เทียบไม่ติดเลยกับความเร็วของออเดอร์ใหม่ที่เด้งเข้ามา
ตู้เสี่ยวเหนียนตะโกนรายงานสถานการณ์ทุก 2-3 นาที เหมือนนักพากย์บอล
“มาอีกหนึ่ง!”
“ลูกค้าคนนี้จัดไป 5 กล่อง!”
“คุณพระ! ทะลุ 300 ออเดอร์แล้วครับ!”
ในโรงงาน ทุกคนเหงื่อท่วมตัว แต่ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความหวังที่หายไปนาน
เซี่ยตงมองภาพความวุ่นวายอันเร่าร้อนตรงหน้า แต่ในหัวกำลังคำนวณอีกเรื่อง
เขียนมือ… ช้าเกินไป
ประสิทธิภาพต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แถมเสี่ยงผิดพลาดสูง
เขามองแม่ โจวอวิ๋นฟางที่กำลังเพ่งตามองที่อยู่ลูกค้าในจอคอมฯ แล้วค่อยๆ คัดลอกทีละขีดลงบนกระดาษคาร์บอน 5 ชั้น
ลายมือหวัดนิดเดียวก็ไม่ได้ ต้องเอาเล็บขูดๆ กระดาษก๊อบปี้เพื่อให้ชั้นล่างติด