ังเผิงเฟยอ้าปากค้าง มองเซี่ยตงตาปริบๆ รู้สึกเหมือนเพิ่งรู้จักเพื่อนคนนี้เป็นวันแรก
นี่ใช่ไอ้เซี่ยตงที่โดดเรียนไปตีกันกับเขาจริงๆ เหรอ?
คำพูดพวกนี้ อย่าว่าแต่เด็ก ม.ปลาย เลย ให้ศาสตราจารย์มหาลัยมาพูด ยังไม่รู้จะพูดได้ขนาดนี้มั้ย?
เนิ่นนาน
จ้าวเหมิงสูดหายใจลึก พูดกับเซี่ยตงว่า “ขอบคุณนะ”
“ฉันเข้าใจแล้ว”
น้ำเสียงเธอมีความโล่งใจเหมือนยกภูเขาออกจากอก
เซี่ยตงโบกมือ “ไม่ต้องเกรงใจ ฉันก็พูดมั่วๆ ไปงั้น เธอตัดสินใจเองเถอะ”
จ้าวเหมิงยิ้มบางๆ รอยยิ้มนั้นสดใสเหมือนแดดหลังฝน
“ไม่หรอก ที่เธอพูดมีเหตุผลมาก”
พูดจบ เธอหันกลับไปที่โต๊ะ หยิบปากกา วงกลมช่อง “วิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี” ในใบสมัครอย่างแรง
ไม่มีความลังเลอีกต่อไป
เซี่ยตงกับหวังเผิงเฟยก็กินเสร็จพอดี
“ไปเถอะ กลับไปลุยต่อ” เซี่ยตงลุกขึ้น
หวังเผิงเฟยได้สติ รีบเดินตาม
พอเดินพ้นร้าน KFC หวังเผิงเฟยก็ทนไม่ไหว
“ไอ้ตง! มึง… มึงกลายเป็นหมอเดาตั้งแต่เมื่อไหร่? เมื่อกี้ร่ายยาวเป็นชุด กูงี้งงเป็นไก่ตาแตก”
“มึงแอบชอบน้องเขาใช่มั้ย เลยแกล้งโชว์ภูมิ?”
เซี่ยตงขี้เกียจตอบ เดินดุ่มๆ ไปทางร้านเกม
“เชี่ย รอด้วยดิ!” หวังเผิงเฟยวิ่งตาม “มึงยังไม่บอกเลย มึงไปรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหน? วงจรอะไรนะ แทรกซึม ยกระดับ… มึงแอบไปท่องคำคมคนรวยมาเหรอ?”
ทั้งสองคุยเล่นกันจนถึงร้านเกม
หวังเผิงเฟยทิ้งตัวลงหน้าคอม ใส่หูฟัง ล็อกอินเข้าเกมอย่างไว
“ตง กูเข้าเกมละนะ กฎเดิม มีไรเ