่ช่างสรรหาคํามาพูดได้ลื่นไหล สาวใช้ของนางก็ปากคอเราะราย พูดจาเลอะเทอะเพ้อเจ้อ!”
“ถ้าว่าตามที่นั่งเด็กนี่พูด วันหน้าพวกเราก็ตีด่าสาวใช้ที่ผู้ใหญ่มอบให้ ได้ แล้วอ้างว่าเป็นความกตัญญูต่อผู้ใหญ่บ้างได้?”
ในขณะที่จ้าวชื่อกําลังโวยวาย เสียงไอแว่วมาจากห้องชั้นในทําให้นาง
หุบปาก บทันที ฮูหยินผู้เฒ่าไปเดินออกมาอย่างเชื่องช้าโดยมีสาวใช้คอย ประคอง ทันทีที่นั่งลงบนตั่ง จ้าวชื่อก็เตรียมจะเปิดปากฟ้องทันที
“ท่านย่าเจ้าคะ น้องสะใภ้สี่นาง…”
“พอได้แล้ว! ข้าอยู่ข้างหลังได้ยินหมดแล้ว พวกเจ้าทะเลาะกันเสียง ดังเอะอะปานนั้น ยายแก่อย่างข้ายังไม่หูหนวกนะ” ไปขอกล่าวอย่างไม่สบ อารมณ์ทําเอาทุกคนต้องรีบลุกขึ้นยืนเพื่อรับผิด
ไปชื่อโบกมือช้า ๆ “เอาล่ะ เรื่องราวเป็นมาอย่างไรข้าแจ้งแก่ใจหมด แล้ว! สะใภ้สี่แม้จะสั่งสอนสาวใช้ที่ผู้ใหญ่มอบให้ แต่พวกนางก็ยอมรับเอง แล้วว่าเป็นฝ่ายบังอาจล่วงเกินเจ้านายก่อน ในจวนแห่งนี้ ท้ายที่สุดแล้วต้อง แยกแยะให้ชัดเจนว่าใครคือนาย ใครคือบ่าว! ต่อให้เป็นสาวใช้คนสนิทข้าง กายผู้อาวุโสเพียงใด ก็ไม่มีเหตุผลที่จะไปวางก้ามอวดเบ่งต่อหน้าเจ้านายรุ่น
เล็ก!”
“เจ้านายเขากตัญญูและเห็นแก่หน้าผู้ใหญ่จึงให้เกียรติพวกเจ้า นั่น
คือมารยาทของการอบรมสั่งสอนในตระกูลใหญ่ แต่หากบ่าวไพร่ถือดีว่ารับใช้ ผู้อาวุโสมานานแล้วไปทําตัววางอํานาจ ก็จงตระหนักให้ชัดเจนว่าตนเองอยู่
ในสถานะใด”
“ข้ารู้ว่าหลายปีมานี้ ข้าเรี่ยว