จ้าเองก็หวังดี! เพียงแต่ปากคอของเจ้านั้นยังต้องปรับปรุงเสียหน่อย ค้า พูดดีๆ พอออกจากปากเจ้าทีไร กลับฟังไม่เข้าหูไปเสียได้
จ้าวชื่อรับคําเสียงอ่อย ฮูหยินผู้เฒ่าไปช่างไกล่เกลี่ยประนีประนอมได้
อย่างงดงาม ทําให้งิ้วฉากใหญ่ฉากนี้จบลงอย่างละมุนละม่อมที่สุด
ลําดับถัดไปคือการปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่ารับมื้อเช้า
เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ทําให้หูชื่อเกิดความตื่นตัวขึ้นมาทันที
นางระมัดระวังทุกฝีก้าวด้วยเกรงว่าจะทําสิ่งใดผิดพลาดแม้เพียงนิด
เติมที่เคยคิดอยากจะขัดแย้งขัดขาลู่เงินเงินบ้าง ก็ ต้องพับเก็บ
ความคิดนั้นไปก่อน
ลู่เจินเจินเป็นคนฉลาดหลักแหลมและคล่องแคล่วว่องไว เพียงเห็น
พวกหูชื่อทําให้ดูเป็นตัวอย่าง ก็เข้าใจธรรมเนียมปฏิบัติได้ทันที
นางลองหยั่งเชิงดู พอเห็นสายตาฮูหยินผู้เฒ่าปรายตามองไปที่จาน
ใหน นางก็คีบอาหารชิ้นนั้นมาวางลงในจานเบื้องหน้าฮูหยินผู้เฒ่าอย่างรู้ใจ
ฮูหยินผู้เฒ่ามองลู่เจินเจินแวบหนึ่งด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะระบายยิ้ม
แล้วคีบอาหารเข้าปากอย่างเจริญอาหาร
ลู่เจินเจินลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก มื้ออาหารนี้ถือว่าผ่านพ้น
ไปได้อย่างราบรื่นปลอดภัย
เช่นเดียวกับทุกครั้ง พอปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่าทานข้าวเสร็จ ฮูหยิน
ทั้งสามก็ขอตัวลากลับเรือนของตน
โดยปกติแล้วหลานสะใภ้ทั้งสี่คนจะอยู่ทานข้าวที่เรือนฮูหยินผู้เฒ่าให้
เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยกลับ
แต่วันนี้ฮูหยินผู้เฒ่าไปกลับเอ่ยปากว่า “ฮูหยินใหญ่อย