รเองเจ้าค่ะ!”
ฟังจากน้ําเสียงแล้ว ดูท่าพรุ่งนี้ไปสกุลลู่ คงจะมีการ “อาละวาดชุด
ใหญ่’ เกิดขึ้นแน่
แววตาคมปลาบยองเขาอดฉายแววสนใจใคร่รู้ขึ้นมามิได้
เยาพยักหน้าตอบรับเบา ๆ “ตามใจเจ้า”
เป็นอันว่าทั้งสองตกลงกันได้เรียบร้อย พอหารือธุระสําคัญจบ ก็ถึง
เวลาอาหารเย็นพอดี
ประตูห้องชั้นในเปิดออก เมื่อเห็นทั้งสองเดินออกมาด้วยสีหน้าปกติ
ไร้รอยขีดข่วน
ให้ถังและสาวใช้อีกสองคนพากันถอนหายใจโล่งอกเฮือกใหญ่
โชคดีเหลือเกิน ท่านสี่กับสะใภ้สี่ไม่ทะเลาะกัน
นอกจากความโล่งใจแล้ว ในใจลึก ๆ ของพวกนางกลับทวีความยํา เกรงต่อลู่เจินเจินเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน ดูท่าว่านายท่านจะตามใจสะใภ้ผู้นี้ มีน้อย ขนาดนางก่อเรื่องวุ่นวายพรรค์นี้ เขายังยอมปล่อยให้นางทําตาม
อําเภอใจ
อาหารมื้อค่ํายังคงอุดมสมบูรณ์เป็นพิเศษ มิหนําซ้ําครัวเล็กทางฝั่ง หลานชื่อยังส่งกับข้าวสองจานที่ลู่เจินเจินโปรดปรานมาเพิ่มให้อีกด้วย
ฟูจือ มองอาหารจานใหม่เหล่านั้นด้วยสายตาเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง
ทว่าด้วยกฎระเบียบของจวนโหวเคร่งครัดเรื่องยามกินไม่พูด ยาม นอนไม่เจรจา [1] เขาจึงนิ่งเงียบจนกระทั่งมื้ออาหารสิ้นสุดลง ครั้นบ่าวไพร่ยก าชาช่วยย่อยมาตั้งโต๊ะ ฟูจิออี้จิงเปรยขึ้นว่า
“ท่านแม่ชอบเจ้ามาก”
นํ้าเสียงนั้นราบเรียบเสียจนลู่เจินเจินใจกระตุกวูบ..
อะไรกันนี่? บอสใหญ่’ พอใจหรือไม่พอใจกันแน่นะ?
นางเอ่ยตอบอย่างระมัดระวัง “ท่านแม่เมตตาบ้าเพราะ
‘รักเรือนก็เผื่อแผ่ไปถึงอี