่อไม่มีคนนอก หลานชื่อก็ไม่ วางมาดแม่สามี” ข่มขวัญ ทั้งยังไม่ ยอมให้ลู่เจินเจินยีนปรนนิบัตินางระหว่างกินข้าวอีกด้วย แต่กลับให้
ลู่เจินเจินนั่งลงฝั่งตรงข้ามแทน
พอเห็นว่าลู่เจินเจินคีบกับข้าวจานใดบ่อยครั้ง นางก็สั่งให้สาวใช้ยก
จานนั้นไปวางตรงหน้าลูกสะใภ้ทันที
เมื่อเห็นลู่เจินเจินเจริญอาหาร หลานชื่อก็พลอยเจริญอาหารตามไป
ด้วย จนเพิ่มข้าวไปอีกตั้งครึ่งถ้วย
ทําเอาเหล่าบ่าวคนสนิทของหลานชื่อดีใจจนแทบจะประคอง
ลู่เจินเจินขึ้นหิ้งบูชา
หลังมื้ออาหาร เมื่อทั้งสองบ้วนปากล้างมือเรียบร้อย จึงยกถ้วยชาขึ้น จิบพลางสนทนาพาทีสัพเพเหระ หลานชื่อเอ่ยถามไถ่ถึงความเป็นอยู่ใน เรือนทิงเทาว่าคุ้นชินหรือยัง? ขาดเหลือสิ่งใดหรือไม่? รวมถึงสาวใช้และบ่าว ไพร่ปรนนิบัติได้ถูกใจนางเพียงใด?
ซ้ํายังเอ่ยปากรับรองอย่างหนักแน่นว่า หากบ่าวไพร่คนใดกล้าแข็งย้อ หรือปรนนิบัติไม่ดี ให้รีบมาบอกนางโดยเร็ว นางจะจัดการให้เอง
คําพูดประโยคนี้เล่นเอาไห่ถัง โม่ลี่ และรุ่ยเชียง ถึงกับหน้าถอดสีไป ตามๆ กัน ต่างพากันจ้องมองลู่เจินเจินด้วยความตื่นตระหนก กลัวเหลือเกิน
ว่าเจ้านายใหม่จะร้องเรียนวีรกรรมของพวกนาง
ลู่เจินเจินเพียงเผยยิ้มบาง ๆ ตอบกลับอย่างใจเย็น “คนของท่านแม่ ส่งมา ย่อมต้องเป็น คนดีอยู่แล้วเจ้าค่ะ ยามนี้พวกนางล้วนเรียบร้อยใส่ใจ หน้าที่ดี หากวันหน้าพวกนาง เกิดมีใจคิดเป็นอื่นขึ้นมา ข้าค่อยมาขอให้ท่าน แม่ช่วยตัดสินความให้ ถึงตอนนั้นท่า