านั้น ด้วยฐานะอย่างช้า ได้แต่งเข้าจวนโหวและมีแม่สามีเช่น ท่าน นับเป็นวาสนาที่บรรพบุรุษสั่งสมมาจนจบหลุมศพมีควันเขียวพวยพุ่ง แล้วเจ้าค่ะ [1] หากย้ายังไม่พอใจอีก เกรงว่าสวรรค์เบื้องบนคงจะลงทัณฑ์ที่ ย้าโลภมากเกินไปแล้ว”
ลู่เจินเจินวางตัวอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่เพียงประจบประแจงหลานชื่อ แต่ยังถือโอกาสประจบฟู่จืออี้ไปด้วยในตัว
ถึงอย่างไรคุณภาพชีวิตในเรือนหลังวันของนาง ล้วนผูกติดอยู่กับคน
ทั้งสอง หากไม่รีบซื้อใจพวกเขายามนี้ จะให้ไปทําตอนไหน?
เป็นไปตามคาด หลานชื่อถูกประจบจนยิ้มไม่หุบ
ในใจย่อมยินดียินดีปรีดา ไม่ว่าลู่เจินเจินจะยังเด็กไม่ประสีประสา
เรื่องบนเตียง จึงไม่รู้ว่าปัญหาของลูกชายนางร้ายแรงเพียงใด
หรือต่อให้นางรู้ แต่เพราะเคยผ่านความยากลําบากมาก่อน จึงมอง
ว่าชีวิตเช่นนี้ก็ดีถมไปแล้วก็ตามที…
ขอเพียงสะใภ้คนนี้ยังรักษาเจตจํานงเช่นนี้ไว้ได้ นางก็จะรักใคร่เอ็นดู
เหมือนเป็นลูกสาวอีกคน จะไม่ยอมให้ใครมารังแกได้เด็ดขาด
เดิม
คิดได้ดังนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของหลานชื่อก็ยิ่งดูอ่อนโยนขึ้นกว่า
สองแม่ผัวลูกสะใภ้ปราศรัยหยอกล้อกันอีกครู่ใหญ่ พอลู่เจินเจินรู้
จากโมลี่ว่า หลานชื่อมีนิสัยต้องงีบหลับกลางวัน นางก็ขอตัวลาอย่างรู้ กาลเทศะทันที
หลานชื่อไม่ได้ตั้งไว้ นักขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้สะใภ้ต้องกลับไปเยี่ยมบ้านเต็ม
นางจึงกําชับให้บ่าวไพร่ขนของมีค่ากองโตมายัดเยียดใส่มือลู่เจินเจิน เพื่อสม ทบในขบวนของขวัญเป็นการรักษาห