ก่อนข้าหลงนึกว่าข้า ปากคอเราะรายแล้ว วันนี้ถึงได้รู้ว่า “เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน โดยแท้! ทําเอาบ้าใบ้กินไปชั่วขณะเลยทีเดียว มาให้พี่สะใภ้ดูหน่อยซิ ปากเล็กๆ ของเจ้านี่มันโตมาอย่างไรกัน?”
เข้ามา…
ยิ้มละไม
เล็บที่ไว้ยาวแหลมคม ย้อมสีแดงสดจากดอกเทียนของหูชื่อที่ยื่น
เจินเจินเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียน ใบหน้ายังคงประดับรอย
“พี่สะใภ้ใหญ่ล้อข้าเล่นแล้ว! ตัวข้านั้นเป็นคนซื่อ ปากหนัก ซ้ํายัง หัวอ่อนนัก ใครเอ่ยสิ่งใดข้าก็หลงเชื่อไปเสียหมด อย่างเมื่อครูที่พี่สะใภ้ สามนําหนิว่าบ้ามาช้า ข้าจึงนึกสงสัย…
“ไม่ใช่ว่ากฎของจวนโหวคือให้มาคารวะฮูหยินผู้เฒ่าก่อน
ยาม ‘เฉิน”หรอกหรือ? ยามนี้ยังมีถึงเวลาเสียด้วยซ้ํา ไฉนข้าจึงกลาย เป็นคนไร้กาลเทศะมาช้ากว่าผู้อื่นไปได้เล่า?”
“หรือว่าจวนเราเปลี่ยนกฎเวลาคารวะใหม่แล้ว? เหตุใดพี่สะใภ้ ใหญ่ผู้ดูแลเรือนหลังถึงมีแจ้งข้าสักคํา? หากข้าพลาดเวลาคารวะฮูหยินผู้
เฒ่าไป มีกลายเป็นความผิดมหันต์ของข้าหรอกหรือเจ้าคะ?”
หูชื่อคาดมีถึงเลยว่าเงินเงินจะเป็นพวก “ขวานผ่าซาก มีอย่างที่ ไหนกล้าตั้งคําถามฉีกหน้ากันโต้ง ๆ เช่นนี้ ปกติผู้ดีตระกูลใหญ่ล้วนถือ ธรรมเนียม “บัวมิให้ซ้ํา น้ํามิให้ขุน” ต่างฝ่ายต่างต้องรักษาหน้ากัน ทว่า นางกลับเจอคนประเภทที่กล้าฟังมารยาทจอมปลอมทิ้งในพริบตา!
แล้ว…”
คนปากเก่งอย่างนางถึงกับหน้าแดงก่ํา “น้องสะใภ้สี่เข้าใจผิด
นางได้แต่อึกอัก ๆ อึ้งๆ ไม่รู้จะหาข้ออ