สร้างคลื่นลมเพียง ใดก็มิอาจสั่นคลอน ฐานะของเมียเอกได้ ฮูหยินสามหลานชื่อจึงทําเพียง หลับตาข้างหนึ่งปล่อยนางไป
ส่วนเรื่องภายในเรือนทิงเท่านั้น ใครที่ซื่อสัตย์เจียมตน ใครที่เจ้า
เล่ห์เพทุบาย รุยเซียงล้วนแจกแจงรายละเอียดออกมาจนหมดเปลือก
การพูดคุยดําเนินไปอย่างเพลิดเพลินจนหลงลืมเวลา เผลอครู
เดียวก็ถึงเวลาอาหารกลางวันเสียแล้ว
หากมื้อเช้าของจวนโหวว่าหรูหราเลิศล้ําแล้ว มื้อกลางวันย่อมต้อง
พิถีพิถันยิ่งกว่า
ฟูจืออี้ได้ส่งคนจากเรือนหน้ามาแจ้งข่าวแล้วว่า มื้อเที่ยงเขาติด
ธุระ จะไม่กลับมาร่วมโต๊ะที่เรือนหลัง
แม้จะมีเพียงเงินเงินนั่งทานอยู่ผู้เดียว แต่ตาม “ธรรมเนียม สํารับอาหาร ของสะใภ้จวนโหว กลับมีกับข้าววางเรียงรายละลานตาถึง เจ็ดแปดอย่าง พร้อมด้วยข้าวสวย “เยี่ยนจือ” [4] ชามโต
ลําพังเงินเงินคนเดียวย่อมกินไม่หมด นางจึงเลือกคีบเฉพาะกับ
ข้าวสองสามอย่างที่ถูกปาก ส่วนที่เหลือก็ตกรางวัลให้สาวใช้คนละจาน
สาวใช้ทั้งสามดีใจจนเนื้อเต้น ลําพังกับข้าวรสเลิศจากสํารับเจ้า
นายนั้นไม่ได้สลักสําคัญอะไรนัก แต่สิ่งที่หาได้ยากยิ่งคือการได้รับ
เกียรติเช่นนี้จากเจ้านาย
และที่สําคัญกว่านั้น… มันคือสัญญาณว่าเงินเป็นยอมรับ “การ สวามิภักดิ์” ของพวกนางแล้ว
จวบจนหลังมื้อเย็น ฟู่จื่ออี้ที่หายหน้าไปทั้งวัน ในที่สุดก็ปรากฏ
ตัว นเสียที
เงินเงินอาบน้ําชําระกายเสร็จสรรพ จนปีนขึ้นเตียงเตรียมเข้า
นอนแล้ว ฟูจือ จึงเดินเข้ามาโยนกล่