องไม้ใบหนึ่งให้นางพร้อมทิ้งท้าย
สั้นๆ
“นี่ของเจ้า เก็บไว้ให้ดี”
ว่าแล้วก็เดินดุมๆ ไปล้างหน้าบ้วนปากที่ห้องข้างทันที เงินเงินรับกล่องมาถือไว้ น้ําหนักเบาหวิวราวกับข้างในว่างเปล่า
ทว่าพอลองเปิดออกดู … ข้างในกลับเป็น ปีกตั๋วเงิน มีทั้งฉบับละห้าสิบตําลึงและหนึ่งร้อยตําลึงคละเคล้ากัน รวม
เบ็ดเสร็จแล้วมีมูลค่าถึง ห้าร้อยตําลึง!
ห้าร้อยตําลึง? ให้นางจริงๆ หรือ?
เงินเงินอดทึ่งในความ “ใจป้า” ของฟูจือไม่ได้ สําหรับนางแล้ว
นี่มันเงินก้อนโตชัดๆ
ให้เปล่าๆ แบบนี้เลยหรือ? คงไม่ได้มีข้อแลกเปลี่ยนอะไรแอบ
แฝงหรอกนะ?
แน่ๆ
เงินเงินสังหรณ์ใจว่าฟู่จื่ออี้ต้องมี “เงื่อนไข” บางอย่างตามมา
นางจึงไม่กล้านอน ได้แต่นั่งนับตั๋วเงินห้าร้อยตําลึงนั้นกลับไป
กลับมา นับซ้ําแล้วซ้ําเล่าเพื่อรอจือออกมาจากห้องน้ํา ครั้นคือชําระกายเสร็จเขาเปลี่ยนมาสวมอาภรณ์ลําลองเนื้อนุ่ม สําหรับใส่นอนเดินออกมา ก็ยังเห็นลู่เงินเงินนั่งหน้าตั้งตานับตั๋วเงินอยู่ ใต้แสงตะเกียง ท่าทางที่ดูเห็นแก่เงินจนออกนอกหน้าเช่นนั้น ทําเอา
ฟูจืออี้ที่จ้องมองอยู่ถึงกับต้องขมวดคิ้วอย่างอ่อนใจ
พอเงินเงินเห็นเงาร่างของสามีเดินออกมา นางก็ตั๋วเงินในมือ ไหวๆ พลางถามด้วยน้ําเสียงกึ่งเกรงใจกึ่งคาดหวัง “ทั้งหมดนี่… ให้ข้าจริงๆ หรือเจ้าคะ?” ฟูจือ ใช้ผ้าเช็ดผมที่ยังเปียกชื้นพลางส่งเสียง “อืม” ในลําคอเบาๆ
“ในเมื่อแต่งเข้าจวนโหวแล้ว ย่อมไม่อาจปล่อยให้เจ้าขัดสนจน
เสีย