ได้ราคาค่างวด
เงินก้นหีบมีเพียงสองร้อยตําลึง…
ช่างน่าอนาถใจแท้! มูลค่าสินเดิมที่กองพะเนินอยู่เต็มห้องนี้ ยัง
เทียบมิได้กับกําไลหยกขาวมันแพะเพียงวงเดียวที่แม่สามีมอบให้เสีย
ด้วยซ๊า!
ติงเซียงแม้จะเป็นแค่สาวใช้ แต่ก็รู้ดีว่าการใช้ชีวิตในจวนโหวไม่ ใช่เรื่องง่าย ดูสาวใช้และบ่าวไพร่ในจวนโหวพวกนี้สิ ไม่มีใครเป็น ตะเกียงประหยัดน้ํามัน 4 สักคน
ต่อให้คุณหนูของตนจะเชือดไก่ให้ลิงดูจนสยบคนในเรือนทิ้งเทา
ได้ชั่วคราว แต่วันหน้ายังอีกยาวไกล เจ้านายที่ขัดสนเงินทอง ไม่ว่าจะ
ไปอยู่ที่ไหนชีวิตย่อมลําบากยากเข็ญ
พวกนางสองนายบ่าวรู้ซึ้งถึงสัจธรรมข้อนี้ดีที่สุด
เงินเงินกลับไม่ได้โกรธเคืองมากมายนัก เดิมทีนางมิได้คาด
หวังสิ่งใดจากสกุลลอยู่แล้ว ด้วยพฤติกรรมที่กดขี่ข่มเหงนางมาตลอด สินเดิมเพียงเท่านี้ เกรงว่า “หวังซื่อ” ฮูหยินสกุลคงจะจําใจ “บีบจมูก
[5] เจียดออกมาให้เสียมากกว่า
นางจึงเอ่ยปลอบใจติงเซียง “จะกังวลไปทําไม? โบราณว่าไว้ แต่งงานพึ่งพาสามี ก็หวังได้มีกินมีใช้ ! คุณหนูของเจ้าแต่งเข้าจวนโหว กลายเป็นคนของท่านสี่แล้ว ย่อมต้องให้ท่านพี่เลี้ยงดูสิ ด้วยความ สามารถและฐานะของเขา การเลี้ยงดูพวกเราสองนายบ่าวก็แค่เรื่อง ปะตั๋ว ยังมีสิ่งใดให้น่ากังวลอีก?”
“อีกอย่าง บ้านสกุลนั่นดิบดีมาจากไหนเชียว? ถึงขั้นขายลูก สาวเพื่อ ‘แก้เคล็ด’ ยังจะหวังพึ่งพาสิ่งใดจากพวกเขาได้อีก? ขอเพียงวัน หน้าอย่าได้หาเรื่องเดือดร้อนมาใส่ตัวข